ชาวบ้านชายแดน จ.ตาก ตั้งคำถามประสิทธิภาพนโยบายติดเบอร์หูโค–กระบือกว่า 10 ปี หลังยังพบปัญหาลักลอบนำเข้าและเคลื่อนย้ายสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมฝากความหวังอธิบดีกรมปศุสัตว์คนใหม่ ตรวจสอบระบบจัดสรรย้อนหลัง สร้างความโปร่งใส และอุดช่องโหว่การควบคุมสัตว์
เมื่อวันที่ 28 ก.ค.69 ชาวบ้านในพื้นที่ชายแดนจังหวัดตากตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพของระบบติดเบอร์หูโค–กระบือของกรมปศุสัตว์ ซึ่งดำเนินนโยบายมาอย่างต่อเนื่องนานกว่าสิบปี โดยเห็นว่าเป็นมาตรการสำคัญในการขึ้นทะเบียนสัตว์ การตรวจสอบย้อนกลับ การควบคุมโรค และการกำกับดูแลการเคลื่อนย้ายโค–กระบือให้เป็นไปตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านสะท้อนว่า แม้จะมีการดำเนินนโยบายดังกล่าวมาอย่างยาวนาน แต่ยังคงพบข่าวการลักลอบนำเข้าและเคลื่อนย้ายโค–กระบือจากประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนอยู่เป็นระยะ จึงเกิดข้อสงสัยว่าปัญหาเกิดจากขั้นตอนใดของระบบ และมีช่องโหว่ส่วนใดที่ควรได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
ชาวบ้านจึงฝากความหวังไปยังอธิบดีกรมปศุสัตว์คนใหม่ ขอให้ตรวจสอบการจัดสรรเบอร์หูโค–กระบือย้อนหลัง 4–5 ปี ตั้งแต่กระบวนการสำรวจความต้องการของเกษตรกร การอนุมัติจัดสรร การจัดส่ง ไปจนถึงการส่งมอบถึงมือผู้ขอรับสิทธิ์ พร้อมทั้งลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามเกษตรกรตามรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์ เพื่อยืนยันว่ามีการได้รับเบอร์หูครบถ้วนตรงตามข้อมูลหรือไม่ ลือสะพัด เสียงสะท้อนจากพื้นที่ บางรายอาจจะเคยแจ้ง แต่ยังไม่เคยได้รับสิทํธิ์ แล้วสิทธิ์นี้ไปอยู่ที่ไหน
นอกจากนี้ ชาวบ้านเห็นว่า หากสามารถทำให้ระบบมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกร ลดช่องโหว่ที่อาจถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง และยกระดับประสิทธิภาพในการป้องกันการลักลอบนำเข้าโค–กระบือจากประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นเป้าหมายสำคัญของนโยบายติดเบอร์หูโค–กระบือที่กรมปศุสัตว์ดำเนินการมาโดยตลอด








