“ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม” จุลินทรีย์ขนาดเล็กในปมราก สู่การเพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพพืช และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินอย่างมีประสิทธิภาพ จาก กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม ประกอบด้วยแบคทีเรียในตระกูล Rhizobiaceae ซึ่งมีความจำเพาะในการเข้าสร้างปมรากกับพืชตระกูลถั่ว ภายหลังการปลูก พืชตระกูลถั่วจะหลั่งสารบางชนิดออกจากราก เพื่อชักนำให้ไรโซเบียมให้เข้าสู่ระบบราก และก่อให้เกิดโครงสร้างที่เรียกว่า “ปมราก” ภายในปมรากดังกล่าว ไรโซเบียมและพืชจะดำรงอยู่ร่วมกันในลักษณะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันหรือที่เรียกว่า Symbiosis พืชจะให้แหล่งพลังงานและที่อยู่อาศัยให้แก่ไรโซเบียม ขณะที่ไรโซเบียมทำหน้าที่ตรึงไนโตรเจนจากบรรยากาศ เปลี่ยนเป็นสารประกอบไนโตรเจนให้อยู่ในรูปที่พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้
กรมวิชาการเกษตรได้มีการวิจัยเพื่อคัดเลือกเชื้อไรโซเบียมที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับพืชตระกูลถั่วชนิดต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง รวมไปถึงพืชที่ใช้บำรุงดิน เช่น ปอเทือง ถั่วพุ่ม และมีการผลิตเพื่อจำหน่ายในรูปแบบของปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม กระบวนการตรึงไนโตรเจนที่ได้จากการใช้ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมในการปลูกพืชตระกูลถั่ว สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชตระกูลถั่วและทำให้ปริมาณไนโตรเจนสะสมเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดถั่ว ได้โดยทำให้มีปริมาณโปรตีนเพิ่มขึ้นในเมล็ดถั่ว นอกจากนี้ไรโซเบียมยังมีบทบาทสำคัญในระบบเกษตรยั่งยืน เนื่องจากสารประกอบไนโตรเจนที่ไรโซเบียมตรึงได้จะถูกสะสมในต้นถั่ว และเมื่อไถกลบก็จะถูกย่อยสลายและปลดปล่อยลงสู่ดิน ทำให้ดินคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเพาะปลูกพืชอื่นต่อไป
ดร.มนต์ชัย มนัสสิลา นักวิชาการเกษตรชำนาญการ กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า พืชตระกูลถั่วก็จะมีโครงสร้างที่เป็นปมราก ภายในปมรากจะเป็นที่อยู่ของเชื้อไรโซเบียม การคัดเลือกเชื้อไรโซเบียมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริมการเจริญของพืชตระกูลถั่ว เพิ่มไนโตรเจนในดิน การเก็บตัวอย่างต้นถั่วมาจากในแปลง เมื่อมาถึงห้องแล็บหรือห้องปฏิบัติการ ทำการแยกเชื้อไรโซเบียมจากปมราก ซึ่งพืชตระกูลถั่วจะมีโครงสร้างที่เป็นปมราก เมื่อได้เชื้อที่ไรโซเบียมที่มีประสิทธิภาพสูง ก็เก็บไว้เป็นเชื้อพันธุ์เพื่อใช้ผลิตปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมต่อไป การผลิตปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมจะมี 2 รูปแบบ คือ แบบผงและแบบน้ำ สำหรับใช้กับพืชตระกูลถั่วชนิดต่าง ๆ อาทิ ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ถั่วเขียว รวมถึงถั่วเหลืองฝักสด ซึ่งจะแยกตามชนิดถั่ว เนื่องจากไรโซเบียม มีคุณสมบัติพิเศษที่จะจำเพาะกับชนิดของพืชตระกูลถั่ว หรือเป็นปอเทืองที่เป็นพืชบำรุงดิน ซึ่งประโยชน์ของไรโซเบียมจะช่วยตรึงไนโตรเจนจากอากาศ เปลี่ยนให้เป็นสารประกอบไนโตรเจนที่พืชนำมาใช้ได้ เพราะฉะนั้น พืชที่มีไรโซเบียมอยู่อาศัยร่วมจะลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนได้ตั้งแต่ 50-100% หรือไม่ใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเลยก็ได้ กรมวิชาการเกษตร จะสนับสนุนปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียมสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ของกรม ซึ่งเมล็ดพันธุ์ถั่วของกรมวิชาการเกษตร จะนำไปขยายเป็นพันธุ์จำหน่ายต่อไป และสนับสนุนไรโซเบียมเพื่อให้ได้ผลผลิตและคุณภาพของเมล็ดพันธุ์ที่ดี
ทั้งนี้ ประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในฤดูปลูก เมื่อพืชตระกูลถั่วสิ้นสุดอายุการเก็บเกี่ยว และมีการไถกลบซากถั่วลงสู่ดิน สารประกอบไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในรากและลำต้น จะถูกจุลินทรีย์ในดินย่อยสลาย ส่งผลให้ดินมีปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดิน และเอื้อต่อการปลูกพืชชนิดอื่นในรอบถัดไป กระบวนการดังกล่าว เป็นแนวทางสำคัญของระบบเกษตรยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างเหมาะสมลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว และเป็นนวัตกรรมทางชีวภาพที่สะท้อนถึงพลังของธรรมชาติ ในการสนับสนุนระบบการผลิตพืชอย่างยั่งยืน จากจุลินทรีย์ขนาดเล็กในปมราก สู่การเพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพพืช และฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ไรโซเบียมจึงมิใช่เพียงปุ๋ยชีวภาพ แต่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรม ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในระยะยาว ประโยชน์ของปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม มิได้จำกัดอยู่เฉพาะในฤดูปลูก เมื่อพืชตระกูลถั่วสิ้นสุดอายุการเก็บเกี่ยว และมีการไถกลบซากพืชลงสู่ดิน สารประกอบไนโตรเจนที่สะสมอยู่ในรากและลำต้น จะถูกจุลินทรีย์ในดินย่อยสลาย ส่งผลให้ดินมีปริมาณไนโตรเจนเพิ่มขึ้น ช่วยปรับปรุงความอุดมสมบูรณ์ของดิน และเอื้อต่อการปลูกพืชชนิดอื่นในรอบถัดไป กระบวนการดังกล่าว เป็นแนวทางสำคัญของระบบเกษตรยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรชีวภาพอย่างเหมาะสมลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร กลุ่มวิจัยปฐพีวิทยา กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร กรมวิชาการเกษตร โทรศัพท์ 0-2579-7522, 0-2579-4116 E-mail: soilscience2560@gmail.com








