ลานบ้านกลางเมือง / บูรพา โชติช่วง : พระเมรุมาศ คือ สถาปัตยกรรมชั่วคราว สร้างขึ้นในบริเวณท้องสนามหลวง สำหรับเป็นที่ตั้งพระโกศในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมวงศ์ชั้นสูง เป็นเครื่องประกอบพระเกียรติยศ โดยสืบเนื่องแนวคิดมาจากระบอบเทวราชา ที่เชื่อว่าพระเจ้าแผ่นดินทรงเป็นสมมุติเทพ ซึ่งอวตารลงมาปกครองมนุษย์ เมื่อสิ้นอายุ ย่อมกลับไป รวมกับเทพเจ้ายังสรวงสวรรค์ สถิตยังสถานพิมานบนยอดเขาสิเนรุ หรือเขาพระสุเมรุ ตามคติความเชื่อทางศาสนาพุทธ และศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จึงมีการเชิญพระบรมศพไปตั้งและถวายพระเพลิงบนพระเมรุมาศ ซึ่งสมมุติหมายเป็นเทวภูมิ เพื่อส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย (คัดย่อ คติการสร้างพระเมรุมาศ พระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ, เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, พิมพ์ 2561)
เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 14.08 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้า ฯ รับเสด็จ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงาน จากนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูป แล้วทรงปักธูปหางที่เครื่องบวงสรวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดา และดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ เมื่ออ่านโองการบวงสรวง จบแล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ หลั่งน้ำเทพมนตร์ เจิมและวางใบมะตูมที่เสาพระเมรุมาศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปิดทอง และผูกผ้าสีชมพูที่เสาพระเมรุมาศ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จ ฯ ไปยังมณฑลพิธียกเสาพระเมรุมาศ ทรงถือสายสูตรยกเสาพระเมรุมาศขึ้นตั้ง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวง แล้วจึงเสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทอดพระเนตรการรําบวงสรวง จากนั้นเสด็จ ฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จ ฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธี เสด็จพระราชดําเนินกลับ
สำหรับเสาที่ยกในพิธี ได้แก่ เสาที่มุมอาคารทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการยกชิ้นโครงสร้างเสาเหล็กถัก โดยใช้เครน 2 ตัว ยกขึ้นตั้งให้ได้ระดับ แล้วจึงขันน็อตที่โคนเสาให้ยึดติดกับฐานราก จากนั้นขึงสลิงให้เสาตั้งได้อย่างมั่นคง เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว กรมศิลปากรจะทำการยกเสาโดยเวียนประทักษิณหรือเวียนขวาไปจนยกเสาขึ้นครบทั้ง 4 มุม คือจะใช้เครนยกเสาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นเป็นเสาที่ 2 และวนไปตามเข็มนาฬิกา จนครบทั้ง 4 ต้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างเครื่องยอด และโครงสร้างส่วนอื่น ๆ ของพระเมรุมาศต่อไป และในส่วนของ สถาปนิก วิศวกร และช่างศิลปกรรม จะเริ่มขั้นตอนสำคัญคือ "การขยายแบบ" หรือการเขียนแบบขยายด้วยมาตราส่วนเท่าของจริงทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นลวดลายองค์ประกอบสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบศิลปกรรม โดยได้มีการจัดสร้างโรงขยายแบบขึ้น ณ ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเขียนแบบองค์ประกอบขนาดใหญ่ ซึ่งงานก่อสร้างและงานขยายแบบจะดำเนินงานคู่ขนานกันไปจนกว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในเดือนตุลาคม 2569 นี้
การออกแบบโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างพระเมรุมาศ ยึดแนวคิดสำคัญในลักษณะของ “สถาปัตยกรรมชั่วคราว” นอกจากจะต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ตามมาตรฐานการออกแบบวิศวกรรมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระยะเวลาการก่อสร้างที่จำกัด ความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง ตลอดจนความสามารถในการรื้อถอน และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี (ที่มาข้อมูลและภาพ พิธียกเสาพระเมรุมาศ, เพจกลุ่มเผยแพร่กรมศิลปากร)







