จบบริบูรณ์ “ติณติณ-ฟารีดา” ตกลงหารครึ่งค่าเลี้ยงดูลูก ติณติณจับท้องปุ๊บลูกดิ้นทันที ประจักษ์ชัยเผยเหตุผลดูดเข้าไหฯ ให้เล่นเอ็มวี “แค่ได้กัน”
กรณีมหากาพย์ “ฟารีดา เอลิซ่าเบธ” แฉ “ติณติณ นิวคันทรี่” ท้องแล้วไม่รับ มีการพาดพิงถึงเรื่องยาเสพติด และพรากผู้เยาว์ ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามกลายเป็นดราม่า จนโหนกระแสต้องเชิญมาออกรายการถึง 3 อีพี มีการเคลียร์กันจนได้ข้อยุติว่าไม่มีเรื่องราวของสารเสพติดและพรากผู้เยาว์แต่อย่างใด ส่วนเรื่องลูกติณติณขอแค่ให้ฟารีดาตรวจดีเอ็นเอให้ทุกอย่างออกมาให้ชัดเจน หากผลออกมาเป็นลูกของตนก็พร้อมรับผิดชอบร่วมกัน ซึ่งผลตรวจ DNA ก็ยืนยันชัดเจน ว่าลูกในท้องฟารีดาเป็นลูกของติณติณ
รายการโหนกระแส วันที่ 29 มิ.ย.69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 สัมภาษณ์ ฟารีดา ซึ่งวันนี้เผชิญหน้าเป็นครั้งแรกกับ ติณติณ หลังเกิดดราม่า มาพร้อมกับ ประจักษ์ชัย ไหทองคำ, ทนายพัฒน์ อนุสรณ์ อะสุระพงษ์ และ นีโอ บ้านดำ
ครั้งแรกที่ได้นั่งอยู่ด้วยกัน หลังจากไม่ได้เจอกันเลย เราคุยเรื่องที่ไปข้างหน้าดีกว่า ข้างหลังคงไม่ต้องพูดแล้ว พูดก็จะเจ็บเปล่าๆ หลายคนกำลังงง นายห้างเป็นนายห้างคนใหม่ของฟารีดา ผลออกมาแล้วเป็นยังไง?
ฟารีดา : รู้สึกโล่งมากๆ ค่ะ เหมือนอะไรที่เคยหนักใจก็ไม่มีในใจแล้วตอนนี้ ไม่เครียดแล้วค่ะ
ติณติณล่ะ?
ติณติณ : ก็เคลียร์ครับ ชัดเจน ก็สบายใจขึ้น ตอนแรกเราก็เคลือบแคลงสงสัย ต้องมีการพิสูจน์ทราบนั่นแหละ
การคบหากันของสองคน ไม่ได้คบหาแบบแฟนปกติทั่วไป แต่สุดท้ายอะไรก็ตามแต่ สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป หวังว่าจะเป็นสิ่งที่ดีๆ ในอนาคต ตอนแรกติณติณก็คิดอยู่แล้ว?
ติณติณ : อาก๊อทก็บอกตั้งแต่ตอนแรกอยู่แล้ว ว่าเด็กในท้องของติณนั่นแหละ เตรียมตัวไว้เลย
จากนี้ยังไงต่อ?
ฟารีดา : หนูคงต้องปรึกษาผู้ใหญ่เรื่องน้อง ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียวตอนนี้
ตอนไปตรวจเป็นยังไง?
ฟารีดา : ตื่นเต้นมากค่ะ หนูต้องเจาะสองข้าง อีกข้างเหมือนเข็มแทงไม่เข้า ก็ต้องเจาะอีกข้าง เจ็บมากวันนั้น
ติณเขาตรวจยังไง?
ติณติณ : ขูดกระพุ้งแก้มครับ
นีโอเป็นไง?
นีโอ : ยินดีครับ จริงๆ ผมอยากอุ้มหลานนะ จริงๆ เคยบอกในแชตเขาไปแล้วด้วยว่าถ้ามีจริงๆ จะช่วยเลี้ยง จำได้ใช่มั้ย
ฟารีดา : จำได้
นีโอ : ยังไงผมก็ช่วยอยู่ดี ต่อให้ไม่ใช่ลูกติณหรือลูกเขา ผมก็ช่วยเลี้ยงอยู่ดี อย่างน้อยเขาเข้ามาในมู้ดที่เรารู้จักกัน
ทางทนาย หลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป?
ทนายพัฒน์ : ที่จริงตอนนี้น้องยังไม่คลอด ในหลักเรื่องการรับรองบุตรต้องรอให้เด็กคลอด แล้วอยู่รอดเป็นทารกก่อน แต่ก็แล้วแต่สองฝ่ายเห็นควรปรึกษาหารือกันในเรื่องค่าใช้จ่ายที่น่าจะเกิดขึ้นก่อนคลอดครับ ก็ควรจะคุย อาจตกลงกันว่าช่วงนี้มีค่าใช้จ่ายมั้ย มีค่าอะไรบ้าง ทางนี้อยากจะหารมั้ย ก็ซัปพอร์ตกันไป
ค่าใช้จ่ายเช่นค่าอะไรบ้าง?
ฟารีดา : เช่นค่าไฟฝากครรภ์ เหมือนเร็วๆ นี้หนูต้องมีตรวจเลือดอีกรอบด้วยที่รพ. จะมีค่าคลอด ก่อนคลอด นอนรพ.เพื่อตรวจน้อง อันนี้ปรึกษาคุณหมอมาแล้ว หนูฝากครรภ์ที่รพ.พระนั่งเกล้าค่ะ มันใกล้บ้านหนูที่สุดแล้ว
ทางนี้คิดว่าไง?
ติณติณ : ถูกต้องครับ คิดเอาไว้อย่างที่ทนายพูดเลยครับ มันต้องจดทะเบียนรับรองบุตรในภายหลัง ระหว่างนี้ผมก็คิดว่าฝั่งผมต้องช่วยเรื่องค่ารักษาพยาบาล ค่าต่างๆ ก็ถูกต้องครับ ระหว่างนี้ถ้าช่วยได้
ทนายพัฒน์ : ก็ขอให้ฝ่ายนี้แจ้งมาใช่มั้ย ตามความเหมาะสม
ติณติณ : ใช่ครับ ก็หาข้อมูลมาประมาณนึงครับ
ต้องตกลงทำสัญญามั้ย?
ทนายพัฒน์ : ถ้าไม่ได้มีคิดว่าจะฟ้องร้องกัน การพูดคุยกันแค่ปากเปล่าก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ อยู่ที่ว่าจะจ่ายกันหรือเปล่า แค่นั้นเอง แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ พิพาทสุดท้ายคือไปฟ้องร้องกันที่ศาล เมื่อเด็กคลอดมาแล้ว ระหว่างที่เด็กยังไม่สามารถให้ความยินยอมได้ อันนี้มีความจำเป็นที่ต้องร้องต่อศาล หรือฟ้องศาล ก็อยู่ที่ว่าฝ่ายแม่จะเป็นฝ่ายฟ้อง หรือฝ่ายพ่อจะเป็นฝ่ายฟ้อง
ฟ้องในการรับรองบุตร ต้องฟ้องเหรอ?
ทนายพัฒน์ : โดยหลักของกฎหมาย การเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชาย มี 3 กรณี หนึ่งบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกัน ไม่ว่าจะจดก่อนหรือจดหลัง วิธีที่สองคือรับรองบุตร บิดามารดาและบุตรไปเซ็นที่อำเภอ หรือสำนักงานเขตมีการเซ็นยินยอมทั้งสามฝ่าย เด็กประมาณ 7 ขวบ เขียนชื่อนามสกุลได้ ถ้ายังเล็กอยู่ต่ำกว่า 7 ขวบ เขียนชื่อนามสกุลตัวเองไม่ได้ อันนี้ต้องมีการร้องต่อศาล ศาลเป็นคนสั่ง หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรครับ ถึงจะได้
มองยังไง?
ติณติณ : เลือกสักทางใดทางนึงก็ได้ครับ (หัวเราะ)
ต้องปรึกษาพ่อแม่มั้ย?
ติณติณ : ผมคุยกันเรียบร้อยแล้ว ก็ซัปพอร์ตเต็มที่ครับ ตอนแรกกเราไม่ได้เบี่ยงประเด็นเรื่องลูกในครรภ์หรืออะไรเลยนะครับ ความที่ผมอยากทราบอย่างเดียวคือการตรวจดีเอ็นเอนั่นแหละ พวกข้อพิพาทต่างๆ ที่โดนกล่าวหา ก็เคลียร์ไปหมดแล้ว ลูกไม่ได้ติดยา ไม่ได้พรากผู้เยาว์ แม่สบายใจครับ
เท่าที่ทำรายการมา ระหว่างติณติณและฟารีดา จริงๆ ประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่เรื่องลูก ประเด็นหลักเขาคือยาเสพติดและพรากผู้เยาว์ ขอดึงเรื่องเก่ามาพูดนิดนึงเพื่อความเป็นธรรมของสองฝ่าย ผมก็ไม่ใช่ผู้พิพากษาอะไรหรอกนะ แต่อยากอธิบายมุมคนทำรายการให้ฟังว่า ทางนี้เขากังวลใจแค่สองเรื่อง เพราะมีผลถึงเรื่องการทำงานต่อไป ทางบริษัทที่เขาอยู่คือแกรมมี่ เขาสตริกมาก หนึ่งยาเสพติด สองพรากผู้เยาว์ อยู่ไม่ได้แน่ๆ เขาถึงออกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริง ส่วนเรื่องตัวเด็กที่อยู่ในครรภ์ฟารีดา เขายืนยันว่าถ้าเป็นของเขา เขาดูแลเต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ 50 นะ ร้อยเปอร์เซ็นต์ วันนั้นเขาเลยต้องออกมาต่อสู้มุมนั้น ถามว่าทำไมต้องมีการพิสูจน์ ทำไมไม่รับไปเลย ไม่ได้ออกตัวแรงนะ อย่างที่บอก เขาไม่ได้คบกันลักษณะคนรัก?
ติณติณ : ไม่ได้คบกันครับ
พี่พูดอย่างนั้นได้?
ฟารีดา : ได้ค่ะ ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่ หนูก็ไม่ใช่ก็ได้ค่ะ ตามนั้นก็ได้ค่ะ ไม่ได้คิดอะไรมาก
เอาเป็นว่าคบกันไม่ได้เหมือนคนอื่นเขาคบกันก็แล้วกัน แต่พอผลออกมาก็ตามนั้น เดี๋ยวต้องมานั่งคุยกันต่อว่าสุดท้ายแล้ว ทางฟาเองพอใจในมุมไหน ต้องการอะไรแบบไหน อยากได้แบบไหน วันนั้นที่ฟาบอกว่าลูกออกมาต้องอยู่กับเราแต่เพียงผู้เดียว บริบทมีเรื่องราวอื่นอีกเยอะแยะมากมายที่จะเกิดขึ้น ยอมได้ก็ต้องยอม ยอมไม่ได้ก็ค่อยมาว่ากัน มีกระบวนศาล เรื่องกฎหมายมาเกี่ยวข้อง เราต้องการอะไรบ้าง?
ฟารีดา : ตอนนี้แค่อยากได้เรื่องค่าฝากครรภ์ก่อนจนถึงคลอดค่ะแล้วก็ผลพอน้องคลอดออกมา ก็ค่อยตกลงกันอีกทีว่าจะยังไง เรื่องเงิน ค่าแพมเพิม ค่าชุดน้อง ค่านมด้วย น่าจะอีกเยอะเลย แต่ตอนนี้เบื้องต้นเป็นค่าฝากครรภ์ก่อน
มีกำหนดตายตัวมั้ยค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
ทนายพัฒน์ : ไม่มีกำหนดตายตัวครับ เนื่องจากว่าสถานะของการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าตัวเลขที่เหมาะสมเท่าไหร่ ไม่ใช่ฟาอยากได้แสนนึงก็จะได้แสนนึงตามที่ฟาคิด แต่ต้องดูว่าเหมาะสมตัวเลข ทั้งฐานะผู้ให้และฐานะผู้รับ ว่าเหมาะสมที่เท่าไหร่ แต่โดยหลักแล้ว ถ้าสถานการณ์ใช้ชีวิตหาได้เท่าๆ กัน ก็วินๆ คนละครึ่ง เว้นแต่ว่าฝ่ายใดฝ่ายนึงจะสมัครใจมากกว่า ถ้าฝ่ายใดฝ่ายนึงมีฐานะที่ดีกว่า ก็อาจต้องซัปพอร์ตในส่วนที่มากกว่าก็ได้ 70 - 30 อะไรแบบนี้ อยู่ที่สองฝ่ายตกลงกัน
สมมติผ่านไปอีก 7 ปี เตรียมแผนการรับมือไว้ยังไง?
ฟารีดา : มีคนถามหนูเยอะมากถ้าเกิดน้องถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมา น้องเล่นโซเชียลแล้วเห็นเรื่องแบบนี้ หนูคุยกับที่บ้านแล้วว่าจะอธิบายให้เขาฟัง ต้องพูดความจริงทุกอย่างให้เขาฟังหมด ให้เขาเข้าใจว่าเป็นแบบนี้ ค่อยๆ อธิบายให้เขาฟัง
ติณติณมองไง?
ติณติณ : ก็ถูกอย่างที่เขาว่า อธิบาย พูดให้เป็นดิจิทัลฟุตปริ้นท์เลยหรือเปล่าว่าไม่ใช่แค่ผม แต่เราสองคนรู้สึกเสียใจที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ทำให้เขาอาจจะรู้สึกแย่ ที่ได้มารู้เรื่องนี้ทีหลัง แต่อยากบอกว่ารักครับ รักทั้งหัวใจ
ตื่นเต้นมั้ย?
ติณติณ : ตื่นเต้นครับ พอรู้ผลดีเอ็นเอ คนรอบข้างผมก็ยินดีด้วย ก็แอบเขินกับคำว่าพ่อ ป่ะป๊า ก็ตื่นเต้นครับ
กระอักกระอ่วนประหม่าเหมือนกัน มันเป็นยังไง?
ฟารีดา : เหมือนทำตัวไม่ถูกค่ะ ใจไม่ตึ้กๆ แต่น้องดิ้นแล้ว ตอนนี้ 5 เดือนแล้ว ดิ้นแล้ว
ผมก็เขินเหมือนกัน ทำรายการมาเยอะ วันนี้รู้สึกเขินที่สุด ไม่รู้จะถามอะไรจริงๆ ผมว่าวันนี้รายการจบเร็วแน่ ช่วยหน่อยสิ?
ประจักษ์ชัย : ผมไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ใดๆ เลย (หัวเราะ) ทางทีมงานเขาประสานผมไปตอน 4-5 โมงเย็น ผมก็มาอีกแล้วเหรอ เพราะพี่หนุ่มบอกเราเจอกันครั้งสุดท้าย ตอนนั้นก็พอแล้ว ผมก็ดีใจ ผมก็จบสวยที่สุดในชีวิตผมแล้ว วันนี้ผมต้องมาอีกรอบนึง ผมก็ตื่นเต้น
ก็คุณมารับเป็นพ่อเขาแล้ว?
ประจักษ์ชัย : ผมก็ยินดีครับ
หวังพึ่งทนาย ไม่รู้จะทำไง?
ทนายพัฒน์ : หลักๆ ตอนนี้น้องยังไม่คลอด ก็ดูแลค่าใช้จ่ายช่วงนี้ไปก่อน ประคับประคองไปก่อน ในส่วนน้องออกมาก็อาจต้องพูดคุยกันเรื่องอำนาจการปกครอง จะให้คุณแม่มั้ย หรือคุณพ่อจะร่วมด้วย หรือคุณพ่อจะใช้อำนาจคนเดียว นอกจากอำนาจการปกครองแล้วก็มีเรื่องค่าเลี้ยงดู ซึ่งตามหลักการใช้ชีวิตของมนุษย์ทั่วไป ช่วงเป็นทารกอยู่ยังไม่เข้าโรงเรียนอาจระดับนึง อนุบาลก็ระดับนึง ม.ต้น ม.ปลายก็ระดับนึง ปริญญาก็อีกระดับนึง ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่การพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย แล้วกฎหมายเขียนว่าให้บิดามารดาช่วยเหลือกันแต่ว่าไม่ได้บอกว่าใครต้องจ่ายเท่าไหร่นะครับ อาจจะแม่ 50 พ่อ 50 หรือพ่อ 70 แม่ 30 หรืออาจสลับกันก็ได้ แล้วแต่ตกลงกันเลย เวลาดู ศาลจะดูความเหมาะสมด้วย ฐานะผู้ให้ ฐานะผู้รับวิญญูชนคนทั่วไป การใช้ชีวิตของเรา รายได้ประมาณนี้ สังคมแบบนี้ จะได้รายได้ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งมันไม่เท่ากันครับ แต่ละครอบครัว
อยากให้เขาดูแลค่าใช้จ่ายร้อยเปอร์เซ็นต์มั้ย?
ฟารีดา : หนูคิดว่า 50-50 ดีกว่าค่ะ หนูว่ามันแฟร์กว่าค่ะ
ทุกอย่าง?
ฟารีดา : ด้วยค่ะ ใช่ค่ะ
ค่าคลอด ค่าฝากครรภ์?
ฟารีดา : 50-50 ค่ะ
เรารู้สึกไง?
ติณติณ : เคารพการตัดสินใจ พร้อมเริ่มได้เลยครับ เพราะกว่าจะไปถึงขั้นนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายอะไรระหว่างนี้ไปด้วยครับ
ก่อนอื่นต้องตอบตัวเองกันให้ได้ก่อน สองคนนี้ต้องคุยกันให้ได้ก่อน ต้องไม่มีการไปตั้งแง่กัน?
ทนายพัฒน์ : แล้วยังไงหนีการคุยกันไม่ได้ครับ
ลึกๆ ยังโกรธอยู่มั้ย?
ติณติณ : ผมว่าผมแยกกรณีกันดีกว่า กรณีเด็กเป็นลูก กับกรณีตัวคุณฟา ผมอาจมองโฟกัสลูกผมมากกว่า อะไรที่เพื่อประโยชน์ เพื่ออนาคตสำหรับลูกผม ผมน่าจะทำส่วนนั้นให้ดีที่สุดมากกว่า ถามว่าโกรธมั้ย โกรธครับ โกรธเพราะว่าถ้าทุกอย่างลงที่ผมคนเดียวคงปล่อยวางได้เลย แต่มันไม่ได้อยู่แค่ที่ผม มันอยู่ที่พ่อแม่ผมด้วย ที่ท่านโดนกระทบไปด้วย อาก๊อทผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตผม อามด ผจก. ทุกคนอาจโดนเหมือนลูกหลงจากผม หรือการเสพข่าวที่ไม่ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่ผมออกมาพูดในรายการโหนกระแส ผมไม่ได้อยากพูดอะไรเยอะ แต่ผมก็พูดตามความจริง ตามหลักฐานทั้งหมด ผมว่าผมอยากโฟกัสลูกอย่างเดียวเลยครับ
สุดท้ายด้วยความที่เราเป็นพ่อแล้ว อาจต้องมีความจำเป็นคุยกับแม่เขาด้วย อาจไม่ใช่ฝากญาติไปบอก ฝากอามดไปบอก?
ติณติณ : ผมจะรู้สึกดีขึ้น ถ้าผมคิดถึงลูกตอนคุยกับเขา ต้องใช้เวลาด้วย
ก็ต้องยอมรับว่าวันนั้นฟาก็ใจร้อนไปนิดนึง?
ฟารีดา : ใช่ หนูก็มีส่วนผิดจริงๆ ก็ยอมรับ และขอโทษทั้งผู้ใหญ่พี่เขาทุกคนด้วยจริงๆ ที่หนูพูดไปตอนนั้น ตอนนี้ถามว่าหนูโกรธมั้ย ไม่ได้โกรธเขา หนูก็ผิดเหมือนกันจริงๆ ถามว่าผิดเยอะมั้ย ก็ผิดเยอะเหมือนกัน
หนูคิดว่าผิดตรงไหน พี่คุยกับเรามาหลายครั้ง อยากรู้ความรู้สึกจริงๆ ไอ้ที่เรารู้สึกผิด เรารู้สึกว่าผิดตรงไหน ไม่ใช่ขอโทษส่งๆ ทำง่าย แต่ขอโทษจากใจ ต้องรู้ก่อนว่าเราผิดตรงไหน?
ฟารีดา : หนูผิดตรงที่หนูไปพูดเรื่องยาเสพติดกับพรากผู้เยาว์ ตรงนั้นหนูผิดเต็มๆ พูดตรงๆ ว่าหนูทำไปเพราะอารมณ์ร้อนด้วย แต่ตอนนี้หนูมีทั้งผู้ใหญ่หลายๆ คนเข้ามาอบรมหนู หนูก็มองอีกมุมนึงว่าหนูก็มีส่วนผิด และควรยอมรับตรงนี้ด้วย ก็อยากขอโทษแค่สองประเด็นนี้เลยจริงๆ และอาจมีประเด็นอื่นๆ ด้วย ก็ขอโทษรวมๆ เลยดีกว่า เพราะมันอาจจะเยอะ
ทนายพัฒน์ : ขอโทษโดยยอมรับว่าข้อหาพรากผู้เยาว์และยาเสพติด ติณติณไม่ได้เกี่ยว ถูกต้องมั้ยครับ
ฟารีดา : ถูกต้องครับ
ทนายพัฒน์ : มันจะได้ชัดไปเลย เพื่อให้เขาได้เดินหน้าต่อไป มันไม่ได้เป็นจริงตามนั้น
ฟารีดา : ใช่ค่ะ ตอนนี้หนูก็อยากให้ทั้งผู้ใหญ่เจ้าของแบรนด์หลายแบรนด์จ้างพี่เขาและจ้างหนูด้วยเพื่อจะได้มีเงินมาดูแลน้อง
ไม่งั้นก็จะมีผลกระทบ ติณติณคิดว่าไง?
ติณติณ : ก็รับฟังครับ มันเกิดผลกระทบครับ ก็รับทราบครับ
มีอะไรอยากบอกเขามั้ย วันนี้เปิดใจคุยกันเลย?
ติณติณ : ผมเห็นเขาไลฟ์สด มีงานเข้ามา ผมยินดีด้วยนะครับ
นีโอ : ได้เข้าไปดูอยู่นะ เขาขายของเก่งนะ ผมเอาแอ็กหลุมไปดู ขายของเก่งดีนะ อย่างน้อยต่างคนต่างขายของ หาเงินเลี้ยงลูกกัน ผมรู้สึกว่าผมยินดีกับเขาที่มีคนจ้างเขาไปทำงาน
ติณติณไม่ได้หลับไม่ได้นอน?
ติณติณ : ไลฟ์คู่ครับ เลี้ยงเด็กคนนึงก็ต้องใช้เงินเยอะใช่มั้ยครับ ก็ยินดีด้วยกับเขาครับ แต่ว่า.. ครับ ขอโทษกันก็ดีครับ
มีอะไรอยากบอกเขาอีกมั้ย?
ติณติณ : ผมว่าเรื่องนี้ให้บทเรียนกับผมเยอะ ผมว่าก็น่าจะให้บทเรียนเขาเหมือนกัน ผมอยากให้สังคมช่วยมองภาพให้กว้างขึ้น อย่าอ่านข่าวแค่ผ่านๆ บางทีมันมีอะไรมากกว่านั้น ไม่อยากให้คอมเมนต์กันสนุกปาก ไม่ว่าฝ่ายผมหรือฝ่ายเขา
นีโอ : เซฟเขาด้วยครับ
ติณติณ : มันทำให้สังคมน่าอยู่ขึ้นได้ทุกคน แค่ใจเย็นลง พยายามหาข้อมูลก่อน
อยู่ในสายกับ “คุณอานนท์ เลิศไพบูลย์” กรรมการผู้จัดการคลินิกบงกอก ไฮโตเจเนตติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ คลินิกที่เราไปตรวจ สังคมบางส่วนอาจไม่เข้าใจเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ และผลที่ออกมาว่าเชื่อได้ขนาดไหน อยากให้ยืนยันและชี้แจงนิดนึง?
อานนท์ : เรื่องการตรวจหาความสัมพันธ์พ่อลูกกัน หลักการคือเขาจะเอาดีเอ็นเอของเด็กที่อยู่ในท้องคุณแม่ จะมีดีเอ็นเอของน้องคนนี้ที่หลุดไปอยู่ในเลือดคุณแม่ ในปริมาณไม่เยอะเท่าไหร่ เขาเอาดีเอ็นเอตรงนี้มาเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของเซลล์กระพุ้งแก้มของคุณพ่อซึ่งต้องสงสัย เทียบจุดกัน ปกติบนดีเอ็นเอเราจะมีเบสแพประมาณ 3 พันล้านคู่ เขาจะดูที่ 4 หมื่นตำแหน่งกระจายบน 3 พันล้านคู่นี้เพื่อดูเปรียบเทียบว่าตำแหน่งตรงนี้ของพ่อกับของลูกตรงกันมั้ย ซึ่งผลการตรวจครั้งนี้ที่ออกมา ทั้ง 4 หมื่นตำแหน่งตรงกันทุกตำแหน่ง นั่นหมายความว่าโอกาสที่สองคนนี้จะมีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูกกัน มากกว่า 99.999 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีตัวใดตัวนึง มีจุดใดจุดนึงไม่ตรงกันแค่ 1 ตำแหน่ง ใน 4 หมื่นตำแหน่ง เคสนี้ก็ถือว่าไม่ได้เป็นพ่อลูกกันแล้ว ฉะนั้นเขาจะมีหลักการในการตรวจประมาณนี้ครับ
เราต้องส่งไปตรวจต่างประเทศ?
อานนท์ : ถูกต้องครับ ปกติการตรวจระหว่างตั้งครรภ์ เทคโนโลยีตัวนี้มันมาจากต่างประเทศ ซึ่งผมใช้บริการมา 10 กว่าปีแล้ว ทำมานานแล้ว หลังๆ ผมเข้าใจว่าเริ่มมีแล็บเมืองไทยที่ให้ตรวจภายในประเทศเอง แต่ของผมไม่ได้ทำ ผมก็ส่งไปให้พาร์ตเนอร์ที่เขาทำด้านนี้ ทำดีกว่าครับ
จะมีความผิดพลาดได้มั้ย ถ้ามีคนตั้งคำถาม?
อานนท์ : การตรวจทางการแพทย์ หรือการตรวจทางห้องแล็บ ไม่มีอะไรที่ผลมันจะ 100 เปอร์เซ็นต์จริงๆ อย่างเคสนี้ที่เรารายงานว่า 99.999 เปอร์เซ็นต์ หลายคนอาจสงสัยทำไมไม่รายงาน 100 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุก็มีครับ ตรงที่อาจมีความบังเอิญแล้วกัน ที่คนสองคนมีดีเอ็นเอที่คล้ายกันมาก อาจเป็นพี่น้องกัน หรือญาติกันมาตรวจแล้วใน 4 หมื่นตำแหน่งที่เราตรวจ สองคนนี้อาจมีเหมือนกัน ซึ่งมันอาจทำให้ได้ว่ามีคนมากกว่า 1 คนที่อาจเป็นพ่อของเด็กในท้องนี้ได้ เราเลยไม่บอกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ามีตัวใดตัวนึงที่ไม่ตรงกัน อย่างน้อยแค่ 1 ตัว เราก็สามารถสรุปได้ว่าเคสนี้ไม่ใช่พ่อกับลูกกันจริงๆ
มีอะไรอยากถามมั้ย?
ติณติณ : ไม่มีครับ
นีโอ : ไม่มีอะไรจะถาม ยังไงเกิน 50 มาขึ้นแค่ 2 ยังไงก็ลูกมันแล้ว ไม่ต้องถึง 99 หรอกครับ (หัวเราะ)
ทนายพัฒน์ : สองฝ่ายก็ยอมรับตามนี้ ไม่ได้โต้แย้งใช่มั้ยครับ
ติณติณ : ครับ
ทนายพัฒน์ : ก็จบครับ
คุณพ่อ ทำไมเข้าไปดูแลฟารีดา?
ประจักษ์ชัย : ผมเลื่อนฟีดมา ก็เจอข่าวน้องพอสมควร ผมก็ติดตามอยู่ครับ จังหวะที่น้องตรวจดีเอ็นเอเป็นที่ประจักษ์แล้ว คนที่จะต่อยอดผลงานเป็นที่ประจักษ์ ก็น่าจะคนชื่อประจักษ์ เลยคิดว่ามันเข้ากับเพลงน้องยูกิพอดี มันเป็นวิกฤตของหลายคน แต่มันเป็นโอกาสของเรากับเขา (หัวเราะ) ผมพยายามสร้างวิกฤตแต่ละคนให้เขามีโอกาส บางทีผมมีโอกาสแล้วล่ะ แต่ต่อยอดโอกาสให้เป็นโอกาสมากขึ้น ผมบริหารความเสี่ยงมากนะ อยู่ท่ามกลางดราม่าต่างๆ ซึ่งผมก็น่าจะพอได้แล้วเรื่องดราม่า ผมจะไปบวชอยู่แล้ว ผมมีอาศรมของผมอยู่แล้วที่ต่างจังหวัด แต่ก็มีเรื่องให้ผมได้สนุกอยู่เรื่อย ก็เลยไม่เป็นไร อีกสักตั้งก็ได้ ก็เลยมาเป็นกำลังใจให้น้อง
ฟารีดา : ขอบคุณค่ะ
เอาเขาไปเล่นมิวสิค ชื่อว่าอะไร?
ประจักษ์ชัย : แค่ได้กันครับ เพลงนี้ผมซื้อลิขสิทธิ์มาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ไม่ได้เกี่ยวกับน้องเลยนะ รอแต่นักร้องที่พร้อมมีศักยภาพในการต่อยอด
พอเพลงนี้เสร็จ รับเขาเป็นไหทองคำเลย เพราะอะไร?
ประจักษ์ชัย : เมื่อวานพอโพสต์ไป ก็ถามน้องสนใจร่วมงานกับไห จะร้องเพลงมั้ย เพราะในสื่อบอกว่าน้องเขาร้องเพลงมาก่อนอยู่แล้ว ก็เลยโพสต์ไปเอาเรตติ้งว่าน้องเขาจะมาเล่นเอ็มวี ถ้าจะเป็นนักร้องในค่าย น้องสะดวกมั้ย พอดีมีพี่ๆ ในวงการ บอกน้องมีสัญญาอยู่ ก็ได้ยกหูหาผู้บริหารค่าย คือคุณหมอมายด์ มิวสิคเรคคอร์ด นัดเจอกันหลังออกจากรายการจะไปกินข้าวกัน คงได้พูดคุยเรื่องสัญญา
คุณขายเพลงไม่เกรงใจแกรมมี่เลย?
ประจักษ์ชัย : ด้วยความเคารพครับ ผมเกรงใจ แต่ว่า...(หัวเราะ)
ก็เลยให้เขามาอยู่ไหทองคำเหรอ?
ประจักษ์ชัย : ชักชวนกันเมื่อวาน และตอบรับกันเบื้องต้นแล้ว สัญญาเก่าผมจะเข้าไปเคลียร์ คุยเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวาน
ต้องจ่ายค่าสัญญาให้เขามั้ย?
ประจักษ์ชัย : ก็มีครับ ประมาณแสนต้นๆ ครับ
ฟังเขาร้องหรือยัง?
ประจักษ์ชัย : ผมพยายามฟังหลายครั้งแล้วครับ ได้อยู่ครับ หุ่น หน้าตา สวย เขาเคยเล่มเอ็มวีให้ผมมาก่อนหน้านั้น แต่เพลงนั้นไม่ได้ออก เหมือนเรามีปัญหาในการทำพีอาร์อะไรสักอย่าง เพลงนั้นถ่ายอย่างดีเลย น้องเป็นนางเอก เมื่อสองปีที่แล้ว พอลูกชายบอกว่าน้องฟาเคยเล่นเอ็มวีให้เรานะพ่อ แต่ไม่ได้ออก เราก็อ้าว ตอนไหน ก็ไปดูฟุตตัวเก่าๆ ก็เลยคิดว่าลองติดต่อน้องเขาดูสิ แต่ไม่มีใครติดต่อน้องได้เลย พยายามหาทีมโปรดักชั่นที่เคยติดต่อน้องมา ก็เลยได้เบอร์น้องผู้จัดการมา ตอบรับตอน 10 โมงของเมื่อวานซืน ผมก็ตกใจและดีใจด้วย เขารับปากเล่นให้เราด้วย เพราะเพลงมันแรงนะ แค่ได้กัน ที่จริงจะให้ยูกิร้องแล้วนั่งซึม ไม่มีพระเอก ไม่มีพาดพิงใครทั้งสิ้น
เพลงอะไรวะ แค่ได้กัน?
ประจักษ์ชัย : มันเป็นคำที่แต่งขึ้นมาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว มีแค่คนคุยใช่มั้ยของน้องลำไย ผมเป็นนักปั้นคำอยู่แล้ว นั่งแต่งที่หาคำโดนใจของคนดื่มๆ แล้วแพ้รัก เข้าไปในผับ คำอาจจะแรง แต่จังหวะที่มันได้ก็คงต้องรีบต่อยอด โทรไปถามน้องก่อน พอน้องรับก็รีบมัดจำน้องเลย กลัวน้องจะไม่มาเล่นให้ (หัวเราะ)
นี่คือการที่เขามาต่อยอด ที่ทำให้ฟารีดาสามารถบอกทางติณติณได้ว่า 50-50?
ฟารีดา : ใช่ค่ะ
เพราะมีรายได้จากทางนี้ ทางนี้ก็ไม่ต้องหนักอยู่คนเดียว ก็ถือว่าแฟร์ดีนะ พยายามคุยอยู่ในกรอบที่ไม่ถอยหลังไปอีก จะใช้คำว่าจับมือคงไม่ได้แต่ต้องประคองกันไปในมุมของลูก วันนี้หนูยืนยันจะเป็นศิลปินไหทองคำ คิดดีแล้วนะ?
ฟารีดา : คิดดีแล้วค่ะ
ศิลปินค่ายนี้ข่าวเยอะนะ?
ฟารีดา : ไม่เป็นไรค่ะ
หยอกๆ?
ประจักษ์ชัย : ยอมรับครับ (หัวเราะ) คิดว่าน่าจะต่อยอดได้ ไปไลฟ์สดขายของก็ส่วนนึง แต่การร้องเพลง ผมพอจับทางเสียงน้องได้อยู่ แต่คงไม่ให้เต้นแรงเหมือนลำไย หรือหมอลำก็คงหนักไป เอาประคอง เพราะเขาก็ต้องดูแลลูกอีก ถ้าเพลงก็ช้าๆ ซึ้งๆ อยู่กับลูกให้กำลังใจตัวเอง มีเพลงอยู่ในใจ เป็นนักคิด นักสร้างคำอยู่แล้วครับ
อาก๊อท บอกจะทำเป็นศิลปินคู่?
นีโอ : ใช่ครับ มีแฟนมีตฯ พี่บอสณวัฒน์เขาจัด ผมเรียกเขาพี่บอส ไม่มีใครทักท้วง ผมก็เรียกพี่บอสๆ (หัวเราะ) ผมคิดว่าชื่อเล่นเขาชื่อบอส ผมเรียกเขาพี่บอสมาตลอด เขาก็ไม่ทักท้วงด้วยครับ วันที่ 4 ก.ค.ครับ
เขาจะให้ทำอะไร?
ติณติณ : อยู่ในการพูดคุยครับ เพราะผมยังมีสัญญากับแกรมมี่อยู่ครับ ใกล้จะหมดแล้ว ประมาณ 4 เดือน
นีโอ : หลังจบ 4 เดือน คาดว่าจะทำเพลงคู่กัน แต่ระหว่างนี้อาจทำไปด้วยว่าเป็นยังไงบ้าง
ติณติณ : ตอนนี้ก็เรียนรู้เพิ่มเติมอยู่ครับ เรียนทำเพลง เล่นดนตรี ตอนนี้มีวงกันอยู่ครับ
นีโอ : sold out ครับ มีคอนเสิร์ตด้วยครับ (หัวเราะ)
วันนี้เป็นอา จะดูแลหลานยังไง?
นีโอ : ผมเลี้ยงหลานแบบเจน Z ครับ
ถามเขาหรือยัง เขาให้เลี้ยงมั้ย?
นีโอ : ผมถามเขาแล้วเมื่อกี้ ตอนพักผมก็ถามเขาว่าวันที่คลอด คลอดวันไหน ผมคิดอยู่จะไปหรือเปล่า คลอดพ.ย. สัญญาแกรมมี่หมดพอดี 4 เดือน
ไปวันคลอดมั้ย?
นีโอ : ไปมั้ย ไปหน่อย ถือว่าไปดูลูก
ติณติณ : พ.ย. เดือนเกิดผมพอดีเลย ผมเกิดวันที่ 5 พ.ย.
ฟารีดา : หนูก็เกิด 14 พ.ย. กำหนดคลอด 19 พ.ย.
แต่ถ้าคลอดก่อน มีโอกาสคลอดก่อนไง ไปมั้ยวันคลอด?
ติณติณ : ต้องไปสิครับ
นีโอ : ผมอยากไปดูหน้าลูกเขา อยากเห็นหน้าลูกเขาเกิดมาเป็นยังไง อยากเห็นครับ เดี๋ยวจะลงตารางไว้ครับ
ทางฝั่งนี้ก็เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว จะเริ่มจากวันไหน?
ติณติณ : เริ่มเลยครับ
ทนายพัฒน์ : ตอนนี้ต้องวัดกันที่สัญญาใจก่อน ทำสัญญาในอนาคตเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไม่มีเรื่องตัวเด็กออกมา อาจคุยกันเบื้องต้นว่าจะจ่ายยังไง เช่นทางนี้ไปจ่ายมามีใบเสร็จก็จ่ายคนละครึ่ง โอนกันไปโอนกันมา อยู่ที่สองฝ่ายต้องติดต่อกันครับ
ฟารีดา : หนูโอเคค่ะ
ติณติณ : ก็ต้องติดต่อครับ
ก่อนติดต่อ มองหน้าเขาก่อนได้มั้ย ไม่กล้ามองหน้าหรือไง?
ติณติณ : เปล่าครับ ปกติผมไม่ค่อยมองผู้หญิงอยู่แล้ว
นีโอ : แล้วมามองผมทำไม (หัวเราะ)
ติณติณ : สบายใจมากกว่า
เราเริ่มได้ โดยทางนี้ส่งบิลค่าใช้จ่าย?
ทนายพัฒน์ : บางส่วนอาจมีบิล บางส่วนอาจไม่มีบิล ก็ดูตามความเหมาะสม จ่ายแบบไหนแล้วแต่ตกลงเลย ในส่วนเด็กคลอดมาแล้วมีการฟ้องรับรองบุตรเพื่อใช้อำนาจการปกครองคนละครึ่ง ค่าเลี้ยงดูตรงนั้นศาลคงมีการไกล่เกลี่ยกัน ศาลคงทำเป็นลายลักษณ์อักษร สัญญาประนีประนอมยอมความกันไป อันนั้นจะเป็นกิจจะลักษณะ
ทางฟาล่ะ?
ฟารีดา : โอเคค่ะ อยากให้เขาช่วย 50-50 ดีกว่า แฟร์ๆ
จนไปถึงค่าเรียน?
ฟารีดา : หนูคิดว่าเรื่องการเรียนอาจจะแบ่งกันดูแล
จากตอนแรกคุณพูดในรายการว่าคุณไม่ให้เขาไปเลี้ยง ไม่ให้เขาไปดูเลย วันนี้คุณแบ่ง?
ฟารีดา : แบ่งช่วยกันเลี้ยงดีกว่า
ติณติณ : สงสัยนิดนึง ทำไมถึงเปลี่ยนใจแล้ว
ฟารีดา : มันเป็นปมของหนูด้วย ปมของหนูในวัยเด็กที่หนูอยู่กับปู่ย่าโดยไม่มีพ่อแม่ เหมือนพ่อก็เหมือนมาๆ ไปๆ ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด แม่ก็หายไปเลย หนูก็ไม่อยากให้เขาเป็นเหมือนหนู แค่นี้เลยค่ะ
นีโอ : ดีแล้ว
ทนายพัฒน์ : มีอะไรคาใจอยู่มั้ย
ติณติณ : ตอนนี้ตั้งแต่รู้ผลดีเอ็นเอ มันมีความรู้สึกแปลกใหม่เข้ามาในตัวผมเหมือนกัน ความรู้สึกของความเป็นพ่อหรือเปล่าผมก็ไม่แน่ใจ ตอนแรกแทบจะลืมเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ไปเสียหมดแล้ว แต่ก็นั่นแหละ คงมีการเปลี่ยนผ่านความรู้สึกความเป็นพ่อขึ้นมา พอมันเป็นแบบนี้ มันก็น่าจะเปลี่ยนไปครับ
ทนายพัฒน์ : เหมือนข้ามจากวัยรุ่นไปเป็นผู้ใหญ่
ติณติณอายุเท่าไหร่?
ติณติณ : 25 ครับ
ฟาล่ะ?
ฟารีดา : 23 ค่ะ
นีโอ : ผมก็ 23 ครับ (หัวเราะ)
ทางนี้เขามีอะไรจะให้เราด้วยนะ?
ฟารีดา : เหรอคะ
ดูดีใจนะ?
ฟารีดา : หนูไม่รู้เรื่องค่ะ
วันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างน่าจะเดินหน้า ขอบคุณอ.ประจักษ์ชัยที่มาช่วยดูแลฟารีดา เพราะอันนี้ก็เป็นส่วนนึงซึ่งเขาก็ต่อยอดในชีวิตเขาได้ แทนที่จะไปหนักที่ติณติณว่าต้องดูแลร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะทางนี้ก็ไม่มีงานอะไร แต่วันนี้ทางนี้มีงาน เขาบอกเลยว่า 50-50 ผมว่าก็แฟร์อย่างน้อยได้รับการช่วยเหลือ น้องเองก็รีวิวสินค้าได้?
ประจักษ์ชัย : น้องเขาเรียนแอ็กติ้งมาด้วย น้องเขาเล่นซีรีส์ ละครสั้น เรากำลังทำอีกแพลตฟอร์ม หลายๆ แพลตฟอร์ม ซึ่งเรากำลังทำซีรีส์ด้วยอะไรด้วย น้องน่าจะเป็นกำลังหลักของเราได้ด้วย วันที่ไม่ได้ร้องเพลง หรือไม่มีงานรีวิวอะไร ก็น่าจะไปต่อยอดเวย์ของการทำหนังสั้นได้
ได้ 6 พันคืนจากพลอยหรือยัง?
ฟารีดา : ได้แล้วค่ะ
ทวงนะ วันนั้นเขาคุยมั้ย?
ฟารีดา : เขาคืนเงินเป็นเงินสดให้หนูค่ะวันนั้น
วันนี้ดูซอฟต์ไปเยอะ เพราะอะไร?
ฟารีดา : ทำเพื่อน้องอย่างเดียวเลยค่ะ ไม่อยากโมโห ไม่อยากมีอารมณ์แรงๆ ไม่เอาแล้วค่ะ
โตแล้ว?
ฟารีดา : โตแล้วค่ะ มีผู้ใหญ่หลายๆ คนสอนหนูด้วย โดยเฉพาะอ.ประจักษ์ชัย คุณพ่อก็สอนหนูในหลายๆ อย่าง ทำให้หนูเหมือนคิดอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น
ประจักษ์ชัย : ที่รีวิวกับนายแม่
ฟารีดา : นายแม่ปุ๊กกี้ก็สอนหนูเหมือนกัน สอนให้มองหลายๆ มุม กว้างขึ้นด้วย หนูก็เหมือนเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นนะคะ ตอนนี้
เป็นได้แป๊บเดียวหรือเปล่า?
ฟารีดา : ไม่รู้ (หัวเราะ)
หนูต้องตอบว่าไม่ค่ะ แต่นี่ตอบไม่รู้?
ฟารีดา : (หัวเราะ) หนูจะพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ปรับนิสัยตัวเองไปเรื่อยๆ
ตั้งชื่อลูกหรือยัง?
...








