เมื่อภัยการเงินไม่ใช่เรื่องไกลตัว! สสส. จับมือมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน ยกระดับชุมชนสู่ "Fin. City" สร้างเกราะคุ้มกันชาวบ้าน 10 จังหวัดนำร่อง ชูแนวคิด "ออมเป็น-หนี้ดี-มีอาชีพ" พร้อมปรับสภาพแวดล้อมลดความเสี่ยง ปั้นหุ้นส่วนชุมชนสู้ภัยสแกมเมอร์และกลลวงยุคดิจิทัล
วันที่ 2 มี.ค.2569 ที่ โรงแรมเชียงคาน ริเวอร์ เมาท์เทน รีสอร์ท จังหวัดเลยนายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า สสส. ร่วมกับมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน จัดเวทีสัมมนาเครือข่ายรณรงค์หยุดพนัน 10 จังหวัด ภายใต้ชื่องาน “รักใครต้องให้ฟิน” เพื่อนำเสนอผลลัพธ์การดำเนินงานที่ผ่านมา และร่วมกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานช่วงต่อไป ภายใต้แนวคิด “Fin. City” คำว่า Fin ตั้งใจสื่อถึงเรื่องการเงินที่ปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญมาก ประชาชนทุกวัยทุกสถานะควรมีความรอบรู้ในการจัดการการเงินอย่างเพียงพอ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังและรู้เท่าทันภัยที่ส่งผลกระทบต่อการเงินโดยไม่รู้ตัว ทั้งเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า การพนัน รวมทั้งความประมาทด้านอื่น ๆ
“Fin. City ไม่ได้หมายความแค่เมือง แต่หมายถึงสังคมและชุมชนทุกบริบท ที่ผ่านมา สสส.และเครือข่ายมุ่งมั่นทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คนลดละเลิกพนันและปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ระยะต่อไปมุ่งยกระดับสู่การปรับสภาพแวดล้อมทางสังคมที่เอื้อต่อการลดปัญหา โดยขยายการทำงานสู่ครอบครัว โรงเรียน สถานศึกษา และชุมชน ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อกำหนดมาตรการทางสังคม สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพิ่มพื้นที่สร้างสรรค์ และลดโอกาสการเข้าถึงปัจจัยเสี่ยงให้เข้าถึงยากขึ้น เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว” นายวิเชษฐ์ กล่าว
นายรณดล นุ่มนนท์ อดีตรองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ในฐานะกรรมการกำกับทิศทางแผนงานการลดปัญหาจากการพนัน สสส. กล่าวว่า การทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นฐานเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ และการพัฒนาแผนงานภายใต้แนวคิด Fin City จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิบัติใน 3 ประเด็น 1. สนับสนุนให้ประชาชนออมอย่างมีเป้าหมายและมีการวางแผนที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงการเก็บเงินเท่านั้น 2. สร้างความตระหนักเรื่องไม่ก่อหนี้โดยไม่จำเป็น หากจำเป็นต้องมีหนี้ ขอให้เป็นหนี้ดีที่ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การกู้ยืมเงินเพื่อลงทุน โดยต้องดำเนินการเมื่อพร้อมเท่านั้น และ 3. ส่งเสริมการสร้างรายได้และพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องที่ทำอาชีพเกษตรกร ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการเรียนรู้และพัฒนา
นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน กล่าวว่า นักปฏิบัติการสร้างภูมิรู้เท่าทันพนัน อาศัย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ 1. เครื่องมือเรียนรู้ 2. การรณรงค์ และ 3. ปฏิบัติการชุมชน แม้ที่ผ่านมาเครือข่ายช่วยให้คนลดละเลิกพนันได้ แต่เมื่อธุรกิจพนัน สแกมเมอร์ขยายตัวรวดเร็ว การมุ่งเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องทำควบคู่กับการปรับสภาพแวดล้อมทางสังคม สสส. ร่วมกับมูลนิธิฯ จึงมุ่งยกระดับพื้นที่รณรงค์ 10 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง น่าน พะเยา สุรินทร์ กาฬสินธุ์ อุบลราชธานี เลย สระบุรี พัทลุง และกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างต้นแบบ ‘Fin City – รอบรู้การเงิน รู้ทันกลลวง’ ในหลากหลายบริบทและขนาดพื้นที่ แบ่งเป็นไซส์ SS-S-M-L โดยบูรณาการทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนอย่างจริงจัง ชักชวนมาเป็น ‘หุ้นส่วน’ ทำงานร่วมกันแบบ win-win เพื่อให้มาตรการป้องกันและลดการเข้าถึงการพนัน รวมถึงภัยหลอกลวงออนไลน์ ไปถึงผู้รับประโยชน์ปลายทางอย่างเป็นรูปธรรม








