สสส.-เครือข่ายงดเหล้า ถอดบทเรียน ครูผู้เป็นแม่ ตบเท้าเข้าโครงการ “ครูดีไม่มีอบายมุข” เลิกเหล้าเป็นตัวอย่าง พร้อมเป็นเซฟโซนให้ลูกศิษย์
เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาออนไลน์เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ผ่านเพจเฟสบุ๊ก “เครือข่ายงดเหล้า” โดยมีคุณครู และบุคลากรทางการศึกษา 3 คน มาร่วมเปิดใจและถอดบทเรียนเกี่ยวกับการสอนหนังสือและดูแลเด็กนักเรียนของตนเอง ซึ่งช่วงหนึ่งของการเสวนาได้มีการหยิบยกเหตุการณ์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคุณครูเสียชีวิต ซึ่งเป็นความรุนแรงที่พร้อมเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ หากผู้ใหญ่ โดยเฉพาะคุณครูที่ใกล้ชิดเด็กมากที่สุด แต่ไม่สามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยพอให้เด็กบอกเล่าปัญหา อุปสรรค์ในชีวิตของเขาได้ อย่างไรก็ตาม การที่ครูจะมีทักษะในการดูแลและเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กต้องได้รับการอบรมพัฒนาศักยภาพที่เข้มข้น โดยใช้แนวทางของโครงการ“ครูดีไม่มีอบายมุข” มาปรับใช้ได้”
นางสาวสายใหม่ พินนุรุธ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านราษฎร์พัฒนา จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ช่วงที่ตนเป็นนักเรียนก็มีนิสัยเฮฮา ปาร์ตี้ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหมือนกัน จนกระทั่งเข้ามาเป็นครูช่วงแรกยังมีการสังสรรค์กินดื่มกับเพื่อนหลากหลายอาชีพ แต่จุดเปลี่ยนคือตอนลูก 2 คนเริ่มโต แล้วถามเรื่องเหล้าบุหรี่ ซึ่งเราก็ตอบได้ไม่เต็มปากตัวเองยังปาร์ตี้ กินดื่มอยู่ อีกทั้งเวลาที่ต้องดูแลนักเรียน ถ้าเจอเด็กที่เกเรเราก็สอนเขาก็ได้ไม่เต็มปาก ดังนั้นเมื่อมีประกาศรับสมัครโครงการครูดีไม่มีอบายมุข รุ่นที่ 14 ต้องไปเข้าค่าย 4 วันที่บ้านราชธานีอโศก จ.ดอุบลราชธานี จึงตั้งใจเข้าร่วม ผลที่ได้เกินคาดมาก การอบรมนี้ทำให้ตนเปลี่ยนแปลงแบบหลังมือหน้ามือ มั่นใจมาก กลับปฏิเสธคำชวนไปดื่มของเพื่อนๆ ซึ่งบางคนก็ไม่เข้าใจ แต่หลังๆ เพื่อนมีความเข้าใจมากขึ้น เพราะตนยังไปร่วมสนุกกับเพื่อนได้โดยไม่ดื่ม สิ่งสำคัฐคือทำให้ตนสามารถดูแลนักเรียนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น ด้วยความเข้าใจพฤติกรรมเด็กที่เกเรมาจากสาเหตุอะไร เราต้องเป็นพื้นที่ที่เด็กสามารถมาคุยกับเราได้ทุกเรื่อง
นางสาวธนวรรณ ผิวบัวคำ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เป็นครูอยู่กรุงเทพฯ ใช้ชีวิตสังสรรค์และดื่มทุกวัน จนสอบบรรจุครูมาอยู่บ้านเกิดกับพ่อแม่ที่จ.สุพรรณบุรี จึงถูกห้ามไม่ให้ปาร์ตี้ ทำให้ตนมีปัญหาทางบ้านเรื่อยๆ จนอายุเข้าเลข 3 ร่างกายไม่เหมือนเดิม มีอาการเมาค้าง ไม่มีสติ อ้วน ผิวคล้ำ แต่โชคดีมีเพื่อนอีกกลุ่มที่ชอบเข้าวัดทำบุญ จึงชวนกันสมัครเข้าโครงการฯ แต่มีเพียงตนที่ได้เข้าร่วม ซึ่งด้วยกระบวนการและความเอาใจใส่ของวิทยากรทำให้ตนเองมั่นใจและหยุดดื่มได้ทันทีแบบหักดิบ หลังกลับจากอบรมก็ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ช่วงเย็นหลังเลิกงานจากที่เคยตั้งวงดื่มก็เปลี่ยนมาออกกำลังกายแทน จนปัจจุบันชีวิตราบรื่น และตั้งใจจะขยายแนวทางคำพ่อสอนให้โรงเรียนต่างๆ ในเขตพื้นที่ เพราะการเปลี่ยนแปลงตัวเอง เอาชนะกิเลสละเว้นอบายมุขเป็นหนทางหนึ่ง รวมกับทักษะการฟัง การเห็นอกเห็นใจ ทำให้เราเข้าถึงจิตใจของเด็กและเป็นที่ปลอดภัยของเด็กได้
นางสาวณัฏฐนันท์ ชาวชายโขง เจ้าหน้าที่สำนักงานสังกัด สพม.หนองคาย กล่าวว่า เดิมเป็นคนชอบสังสรรค์และมีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งดื่มสุรา เล่นหวยช็อปปิ้งออนไลน์ แต่เมื่อเริ่มตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ ภาระค่าใช้จ่าย และการเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องดูแลลูกวัยรุ่น 2 คน จึงมองว่าคำสอนเรื่องการไม่ดื่มสุราจะไม่น่าเชื่อถือหากตนเองยังทำไม่ได้ จึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการฯ และสามารถตัดใจเลิกได้ทันที จากบรรยากาศและกระบวนการอบรม อย่างไรก็ตามตมองว่าปัญหาหนึ่งที่ทำให้คนไม่สามารถงดดื่มได้ตลอดช่วงเข้าพรรษา เนื่องจากมีงานสังสรรค์ตามเทศกาล โดยเฉพาะงานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ ถือเป็นสิ่งแวดล้อมมีส่วนจูงใจให้ต้องดื่ม
จากเรื่องราวของครูทั้ง 3 ท่าน สะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากตนเอง แต่ส่วนมากจะหยุดไม่ได้เพราะสภาพแวดล้อม การมีโครงการที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริงจะช่วยได้ แต่หากมีผู้นำของหน่วยงานเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงประเพณีค่านิยมการสังสรรค์ปาร์ตี้ ส่งเสริมการดูแลสุขภาพมากกว่านี้จะยิ่งดีมากขึ้น และเมื่อครูเปลี่ยนแปลงแล้วหลายอย่างก็ดีขึ้นทันที ดังนั้น อย่าให้สุขภาพและความสัมพันธ์ในครอบครัวย่ำแย่เสียก่อน และมาเสียใจภายหลัง สนใจสามารถติดตามโครงการครูดีไม่มีอบายมุขได้จากเพจเสบุ๊ค “ครูดีไม่มีอบายมุข” เพื่อเป็นอีกหนึ่งหนทางที่ดีๆ ของชีวิตครู








