“ปลัด สธ.” ย้ำชัด! ไม่มีใครล้ม "บัตรทอง 30 บาท" ชี้ รพ.รัฐวิกฤตขาดทุนหนัก เสนอ 6 ข้อปฏิรูประบบก่อนสายเกินแก้
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่มีใครคิดล้ม "บัตรทอง" แต่ต้องปฏิรูปเพื่ออุดช่องโหว่สำคัญ ทั้งเรื่อง รพ.รัฐขาดทุนหนัก กระทบบริการประชาชน เสี่ยงล้มละลายในอนาคต และกลไกธรรมาภิบาลของ สปสช. ที่กรรมการหน้าเดิมผูกขาดตำแหน่งกว่า 20 ปี จัดสรรงบไม่ตรงจุด ขยายสารพัดกองทุนย่อยขณะที่งบรักษาไม่เพียงพอ เสนอ 6 ข้อปฏิรูปร่วมกันให้กองทุนมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และดูแลรักษาคนไทยได้อย่างยั่งยืน
วันนี้ (4 สิงหาคม 2569) นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงข้อเสนอในการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพ ว่า ขอยืนยันว่าไม่มีใครคิดล้มบัตรทอง 30 บาท แต่จำเป็นต้องมีการปฏิรูปเพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้ระบบล้มเหลวจากวิกฤตงบประมาณ และทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีประสิทธิภาพ มั่นคง และยั่งยืน โดยสาเหตุสำคัญมาจาก 1) โรงพยาบาลรัฐประสบวิกฤตขาดสภาพคล่อง ซึ่งปัจจุบันหลายแห่งขาดทุนหนัก งบประมาณติดลบจนส่งผลกระทบกับการบริการผู้ป่วย เช่น ต้องปรับปริมาณจ่ายยาจาก 2-3 เดือน เหลือ 2 สัปดาห์ หรือต้องเปลี่ยนยี่ห้อยา เป็นต้น รวมถึงภาพรวมเงินบำรุงโรงพยาบาลลดลงอย่างมาก จาก 6 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท หากไม่รีบแก้ไขก็อาจทยอยล้มละลายในอีกไม่กี่ปี และ 2) ปัญหากลไกและธรรมาภิบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ทั้งการผูกขาดตำแหน่งในบอร์ด สปสช. โดยบางท่านอยู่มาตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2546 จนถึงปัจจุบัน สลับวาระในการเป็นบอร์ด สปสช. กับบอร์ดควบคุมคุณภาพ, มีการตัดสิทธิประโยชน์สำคัญ เช่น การปัดตกวัคซีน IPD เด็ก โดยอ้างว่าไม่คุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ รวมถึงมีการจัดสรรงบไม่ตรงจุด โดยเน้นบริการรอง เช่น คลินิกนวัตกรรม แต่งบรักษาผู้ป่วยหนักหรือวิกฤตกลับไม่เพียงพอ เป็นต้น
"การยอมรับความจริงว่าระบบกำลังมีปัญหา คือ ขั้นตอนแรกในการร่วมมือกันแก้ไขเพื่อให้บัตรทองเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง โดยกระทรวงสาธารณสุขมีข้อเสนอในการปฏิรูป 6 ข้อ คือ 1) จัดสรรงบเพิ่ม เพื่อปรับอัตราค่ารักษาให้สะท้อนต้นทุนจริง 2) จัดลำดับความสำคัญของปัญหาสาธารณสุข เน้นการใช้งบประมาณให้คุ้มค่า มีประสิทธิภาพ 3) ตั้งกองทุนเพื่อจัดการระบบปฐมภูมิ ตาม พ.ร.บ.ระบบสุขภาพปฐมภูมิ ให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงการส่งเสริมป้องกันโรค 4) สร้างระบบธรรมาภิบาล ระบบตรวจสอบที่โปร่งใส เข้มแข็ง โดยเฉพาะที่มาของบอร์ด และ อนุกรรมการ 5) หยุดเพิ่มสิทธิประโยชน์หรือกองทุนย่อยโดยที่ไม่มีงบประมาณรองรับชัดเจน และ 6) แยกงบหมวดเงินเดือนของบุคลากรสาธารณสุขออกจากเงินหมวดงบเหมาจ่ายรายหัวของกองทุนบัตรทอง ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพมีความโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล รวมถึงประชาชนทุกคนยังได้รับการส่งเสริม ป้องกันและรักษาอย่างยั่งยืน" นพ.สมฤกษ์กล่าว
#บัตรทอง30บาท #บัตรทอง #หลักประกันสุขภาพ #สาธารณสุข #กระทรวงสาธารณสุข #สปสช #โรงพยาบาลรัฐ #งบประมาณ #ปฏิรูประบบสุขภาพ #ระบบสุขภาพ #สมฤกษ์จึงสมาน #ข่าวสาธารณสุข #ข่าวการเมือง #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #สุขภาพ #สิทธิการรักษา #โรงพยาบาล #คนไทย #ธรรมาภิบาล #ปฏิรูป #งบสาธารณสุข #30บาทรักษาทุกโรค #ข่าวล่าสุด #Healthcare #Thailand #NHSO #PublicHealth #MedicalNews #HealthPolicy








