สถานการณ์คุณภาพอากาศทั่วโลกยังคงน่าจับตา หลังมีการจัดอันดับสด เมืองใหญ่ที่มีมลพิษทางอากาศสูงที่สุดในโลก ประจำวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. พบว่าเมืองจากหลายภูมิภาคยังเผชิญค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
ผลการจัดอันดับล่าสุดพบว่า กรุงกินชาซา ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ขึ้นเป็นเมืองที่มีมลพิษสูงที่สุดในโลก ด้วยค่า AQI 180 ซึ่งอยู่ในระดับ “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” โดยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจ ควรเพิ่มความระมัดระวังในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
อันดับ 2 ได้แก่ จาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย มีค่า AQI อยู่ที่ 170 ขณะที่ กัมปาลา ประเทศยูกันดา ตามมาเป็นอันดับ 3 ด้วยค่า AQI 163
ส่วนเมืองใหญ่อื่น ๆ ที่ติด 10 อันดับแรก ได้แก่ โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ค่า AQI 136, เทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ค่า AQI 115 และ ฮานอย ประเทศเวียดนาม ค่า AQI 112
ขณะที่เมืองในสหรัฐอเมริกาอย่าง ซอลต์เลกซิตี มีค่า AQI 107 ส่วน เยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล อยู่ที่ 106 ด้าน กรุงเดลี ประเทศอินเดีย มีค่า AQI 99 และ คูเวตซิตี ประเทศคูเวต มีค่า AQI 98 ปิดท้าย 10 อันดับเมืองมลพิษสูงสุดของโลก
10 อันดับเมืองมลพิษสูงสุดในโลก วันที่ 11 ก.ค. 2569
กินชาซา, สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก — AQI 180
จาการ์ตา, อินโดนีเซีย — AQI 170
กัมปาลา, ยูกันดา — AQI 163
โจฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้ — AQI 136
เทลอาวีฟ, อิสราเอล — AQI 115
ฮานอย, เวียดนาม — AQI 112
ซอลต์เลกซิตี, สหรัฐอเมริกา — AQI 107
เยรูซาเลม, อิสราเอล — AQI 106
เดลี, อินเดีย — AQI 99
คูเวตซิตี, คูเวต — AQI 98
คำแนะนำเมื่อค่าฝุ่น PM2.5 และ AQI อยู่ในระดับสูง
ประชาชนควรติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง หากค่ามลพิษอยู่ในระดับสูง ควรลดเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคทางเดินหายใจ
ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่มีประสิทธิภาพ เช่น หน้ากาก N95 เมื่อต้องออกนอกอาคาร ปิดประตูหน้าต่างเมื่อคุณภาพอากาศภายนอกแย่ และใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคารหากมีความจำเป็น
นอกจากนี้ การลดกิจกรรมที่เพิ่มมลพิษ เช่น การเผาในที่โล่ง การใช้รถยนต์ส่วนตัวโดยไม่จำเป็น และการปล่อยมลพิษจากแหล่งต่าง ๆ ยังเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว








