เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ สมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย (TITA) เพื่อส่งเสริมความรอบรู้ด้านการแพทย์ฉุกเฉิน และสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง โดยมุ่งยกระดับบทบาทจาก “ผู้สื่อสาร” สู่ “ผู้ช่วยชีวิต” ในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. และนายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ นายกสมาคมการค้าอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ไทย ร่วมลงนาม พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์จากหลากหลายสาขา อาทิ สายสุขภาพ การศึกษา ไลฟ์สไตล์ และสื่อสาธารณะ เข้าร่วมรับการอบรมและร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการสื่อสารเพื่อสังคม
ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการ สพฉ. ระบุว่า ระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เข้มแข็งต้องอาศัยทั้งมาตรฐานการปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ และประชาชนที่มีความรู้ความเข้าใจ โดยเฉพาะกรณีภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ซึ่งทุกนาทีมีผลต่อโอกาสรอดชีวิต การฝึกทักษะการทำ CPR และการใช้เครื่อง AED จึงเป็นกลไกสำคัญ พร้อมตั้งเป้าให้ “ทุกครัวเรือนมีอย่างน้อย 1 คนทำ CPR เป็น” เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในสังคม นอกจากนี้ การสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล การใช้สายด่วน 1669 และสิทธิการเข้าถึงบริการ มีความสำคัญอย่างยิ่งในนาทีวิกฤต
ด้านนายก่อพงศักดิ์ ตันติศิริรักษ์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า อินฟลูเอนเซอร์มีบทบาทสำคัญต่อการรับรู้และพฤติกรรมของประชาชน การได้รับองค์ความรู้และทักษะกู้ชีพจาก สพฉ. จะช่วยให้ครีเอเตอร์สื่อสารข้อมูลได้อย่างถูกต้องและเป็นแบบอย่างที่ดี โดยหลังจากลงนามความร่วมมือ จะมีการจัดอบรมทั้งฝั่งอินฟลูเอนเซอร์ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร สพฉ. ให้เข้าใจการสื่อสารออนไลน์ สามารถสร้างช่องทางสื่อสารขององค์กรและทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ได้
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างภาคสาธารณสุขและภาคการสื่อสารยุคใหม่ เพื่อขยายการรับรู้ สร้างความตระหนัก และเพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตประชาชนทั่วประเทศ สู่การสร้าง “วัฒนธรรมการแพทย์ฉุกเฉิน” ที่เข้มแข็งและยั่งยืนในสังคมไทย








