แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากผลการสำรวจอนามัยโพล เรื่อง “การมีคู่และแนวคิดการมีลูกในยุคปัจจุบัน” ระหว่างวันที่ 1 – 31 มกราคม 2569 โดยมีผู้ตอบจำนวน 840 คน พบว่า มีสถานะโสด ร้อยละ 39.4 รองลงมาคือ แต่งงานหรืออยู่ด้วยกัน ร้อยละ 38.5 และมีคู่แล้ว ร้อยละ 15.8
เมื่อพิจารณามุมมองในเรื่องความหมายของครอบครัว ส่วนใหญ่เห็นว่าการมีคู่ที่เข้าใจกันคือสิ่งสำคัญร้อยละ 39.4 รองลงมาให้ความสำคัญกับการมีลูกและเติบโตไปด้วยกัน ร้อยละ 27.1 และระบุว่าเป็นการดูแลพ่อแม่หรือครอบครัวเดิม ร้อยละ 24.8
สำหรับความต้องการมีลูก พบว่า กลุ่มผู้ตอบมีลูกอยู่แล้ว ร้อยละ 40.7 รองลงมาคือ ไม่ต้องการมีลูก ร้อยละ 23.8 และยังไม่อยากมีลูกในขณะนี้ ร้อยละ 15.9 ขณะที่ระบุว่าอยากมีลูกมีเพียงร้อยละ 13.8 สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนหรือความกังวลในการตัดสินใจมีลูกในอนาคต
“ทั้งนี้ ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างครอบครัวหรือมีลูกที่ผู้ตอบให้ความสำคัญ ได้แก่ ความมั่นคงทางการเงิน ร้อยละ 30.0 รองลงมาคือ งานและเป้าหมายชีวิต ร้อยละ 28.5 และสุขภาพ ร้อยละ 22.0 ซึ่งสิ่งสนับสนุนที่ผู้ตอบต้องการและให้ความสำคัญมากที่สุด คือ บริการสุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย ร้อยละ 37.5 รองลงมาคือ สวัสดิการด้านครอบครัวและการมีลูก ร้อยละ 25.1 และงานหรือสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการมีครอบครัว ร้อยละ 23.8
ซึ่งผลการสำรวจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ของครอบครัวในสังคมไทยปัจจุบันให้ความสำคัญกับความเข้าใจและการสนับสนุนซึ่งกันและกันในครอบครัวขณะเดียวกัน การตัดสินใจมีลูกในปัจจุบันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะด้านการเงิน งานและเป้าหมายชีวิต รวมถึงสุขภาพ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีครอบครัวและการเลี้ยงดูบุตรอย่างมีคุณภาพ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าว








