ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 เวลา 07:00 น. พบว่าค่าเฉลี่ยทั่วกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 48.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งถือว่าเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. จากการตรวจสอบพบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่
เขตปทุมวัน วัดได้สูงถึง 72.8 มคก./ลบ.ม. ตามมาด้วยเขตบางรัก 67.6 มคก./ลบ.ม., เขตสาทร 64.1 มคก./ลบ.ม., เขตจตุจักร 61.7 มคก./ลบ.ม., เขตบางซื่อ 58.4 มคก./ลบ.ม., เขตสัมพันธวงศ์ 56.4 มคก./ลบ.ม., เขตบางขุนเทียน 53.4 มคก./ลบ.ม., เขตคลองสามวา 53 มคก./ลบ.ม., เขตคลองเตย 52.7 มคก./ลบ.ม., เขตบางพลัด 52.1 มคก./ลบ.ม. ส่วนเขตบางกอกน้อยและเขตบางคอแหลม มีค่าเท่ากันอยู่ที่ 51.9 มคก./ลบ.ม.
เมื่อพิจารณาเป็นรายโซนพบว่า พื้นที่กรุงเทพเหนือมีค่าฝุ่นระหว่าง 40 - 61.7 มคก./ลบ.ม., กรุงเทพตะวันออก 37.8 - 53 มคก./ลบ.ม., กรุงเทพกลาง 38.4 - 56.4 มคก./ลบ.ม., กรุงเทพใต้ 38.9 - 72.8 มคก./ลบ.ม., กรุงธนเหนือ 42.2 - 52.1 มคก./ลบ.ม. และกรุงธนใต้ 44.2 - 53.4 มคก./ลบ.ม. ซึ่งภาพรวมในทุกโซนของคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์สีส้มหรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
ถึงแม้สถานการณ์ฝุ่นละอองจะมีแนวโน้มลดลง แต่คุณภาพอากาศในภาพรวมยังคงอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนทั่วไปจึงควรสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร จำกัดระยะเวลาการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก พร้อมทั้งสังเกตอาการผิดปกติ เช่น อาการไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษโดยหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หากพบอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์ทันที








