ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งขึ้นอย่างร้อนแรงในการซื้อขายวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2569 หลังนักลงทุนวิตกว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยกระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลก
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนกันยายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.20 ดอลลาร์ หรือ 6.56% ปิดที่ระดับ 84.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 6.65 ดอลลาร์ หรือ 7.91% ปิดที่ 90.74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงซื้อในตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยิงขีปนาวุธหลายลูกโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในภูมิภาคเมื่อช่วงเย็นวันที่ 28 กรกฎาคม ตามเวลาสหรัฐฯ โดยกองทัพสหรัฐฯ ระบุว่าเป็นการโจมตีแบบไม่ทันตั้งตัว
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบียเปิดปฏิบัติการโจมตีศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์และคลังอาวุธของกลุ่มติดอาวุธหลายแห่งในภาคตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีด้วยโดรนมากกว่า 30 ครั้งในช่วง 3 วันที่ผ่านมา
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพด้านพลังงานในภูมิภาคเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการโจมตีโรงงานน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มฮูตี ซึ่งยิ่งตอกย้ำความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันโลกอาจเผชิญกับภาวะชะงักงัน หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงขยายวงกว้าง








