#หมอไตเก็บตา แรงบันดาลใจที่เปลี่ยนมุมมองการบริจาคดวงตา
“จากปีละ 1-2 ราย สู่ 41 รายต่อปี” นี่คือตัวเลขของการจัดเก็บดวงตาในพื้นที่จังหวัดระนองที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด อันเป็นจุดเริ่มต้นจากการตัดสินใจของบุคลากรทางการแพทย์สองท่านที่กล้า “ก้าวออกจากกรอบ” สู่การเรียนรู้สิ่งใหม่ และ “ลุยสุดตัว” เพื่อให้ชาวระนองเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องการบริจาคดวงตา และนี่คือเรื่องราวของการทุ่มเทด้วยเวลาและหัวใจ พร้อมจุดประกายไฟแห่งการเปลี่ยนแปลงไปยังผู้คนในจังหวัดนี้
ทุก ๆ วันในแผนกดูแลผู้ป่วยโรคไต โรงพยาบาลระนอง จ.ระนอง จะเห็นภาพของ นพ.กัมพล พัฒนสมบัติสกุล อายุรแพทย์โรคไต และ พว.อรวิภา กลิ่นกำจร พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ ต่างทำงานเคียงข้างผู้ป่วยที่เฝ้ารอการปลูกถ่ายไต และช่วยให้ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้วหลายรายกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่อีกภาพที่มองเห็นไปพร้อมกัน คือภาพที่โรงพยาบาลต้องเผชิญกับข้อจำกัดเรื่องการจัดเก็บดวงตาบริจาคที่ยังทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
“เราเป็นหมอไต มีโอกาสได้ดูแลเรื่องการรับไตจากร่างของผู้ที่มีความจำนงบริจาคไตหลายท่าน ก็มีความคิดว่า ถ้าเราสามารถทำการจัดเก็บดวงตาได้ด้วยทีมของเราเลย ก็อาจไม่ต้องรอจักษุแพทย์” นพ.กัมพล เปิดบทสนทนาเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจในครั้งนั้น ขณะเดียวกัน พว.อรจิรา ก็ได้เสริมถึงที่มาของเรื่องราวนี้ว่า “ในเคสการจัดเก็บดวงตา เรามีจักษุแพทย์ไม่เพียงพอ ทำให้ต้องมีห้วงเวลาในการรอคอยนาน ในฐานะที่เราเป็นพยาบาลผู้ประสานงานการปลูกถ่ายอวัยวะและดวงตา เราทราบดีว่าการบริจาคและการปลูกถ่ายอวัยวะ ทุกวินาทีนั้นมีค่า ก็เลยจับมือกับอาจารย์กัมพลไปศึกษาเพิ่มเติมด้านการจัดเก็บดวงตากับทางศูนย์บริจาคดวงตา สภากาชาดไทย”
การตัดสินใจเลือกทางเดินในการเพิ่มเติมวิชาให้ตนเองนั้น ย่อมต้องแลกมาด้วยเวลา กำลังกาย และกำลังใจ โดยทั้งสองท่าน เริ่มต้นเรียนรู้ตั้งแต่ภาคทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ ตลอดไปจนถึงการลงพื้นที่จัดเก็บดวงตาในสถานการณ์จริง ก่อนนำองค์ความรู้ทั้งหมดนั้นกลับมาปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลระนอง โดยในช่วงเวลานั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า สิ่งนี้จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ ทั้งด้านการส่งต่อแรงบันดาลใจ การส่งต่อความรู้ความเข้าใจเรื่องการบริจาคดวงตา และช่วยทำให้ปริมาณการบริจาคดวงตาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ
“จากเดิมที่จัดเก็บได้ปีละ 1-2 ราย หลังจากเราเข้ามาทำตรงนี้ด้วย เราจัดเก็บได้ปีละ 41 ราย” นพ.กัมพล กล่าวถึงตัวเลขที่ทำให้เขาเองหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ “และยิ่งไปกว่านั้นทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า จากความกังวลเรื่องความเชื่อที่เป็นปัญหาหลัก ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ทุกคนแค่ขาดความรู้ความเข้าใจ หลังจากเราได้ทุ่มเทในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแล้ว คนในพื้นที่จังหวัดระนองก็มีการบริจาคอวัยวะและดวงตามากขึ้น”
ด้าน พว.อรจิรา เสริมถึงความประทับใจที่ได้พบเจอด้วยตนเองและเป็นความประหลาดใจที่ตนเองก็ไม่คาดคิดว่า “มีอยู่เคสหนึ่งที่รู้สึกว่าภาพจำเปลี่ยนไป คือ ผู้ป่วยรายหนึ่งแสดงความจำนงบริจาคดวงตาไว้ แต่เราตรวจเลือดแล้วพบว่ามีภาวะติดเชื้อสูง จึงได้ทำการให้ยาและเฝ้าดูตัวเลขภาวะการติดเชื้อ ภาพที่เราเห็นตอนนั้นคือ ญาติคนไข้เครียดและลุ้นมาก แต่ไม่ใช่เพราะอยากยื้อการสูญเสีย เพราะทันทีที่ทางเราบอกว่าผลเลือดเข้าเกณฑ์บริจาคดวงตาได้ ทุกคนกระโดดกอดกันดีใจ ดีใจที่ว่าคนไข้ได้บุญแล้ว”
เหตุการณ์นี้สำหรับเธอเป็นดั่งคำอธิบายที่ชัดเจนที่สุดว่า “สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้บริจาค แต่คือ ความเข้าใจของผู้คนที่ค่อย ๆ เติบโตขึ้น”
“และอีกหลายเคส ส่วนใหญ่เราจะไม่เจอการปฏิเสธหน้างานเลยค่ะ มีแต่ลุ้นว่า ขอให้เก็บได้นะ ขอให้ได้ทำบุญค่ะ จากนั้นเราก็มีการเผยแพร่รณรงค์ในจังหวัด ทุกครั้งที่การจัดเก็บ เราจะมีการเชิดชูเกียรติ ก็เลยทำให้ ณ ปัจจุบันคนจังหวัดระนองมีค่านิยมในเรื่องการบริจาคอวัยวะและดวงตามากขึ้นค่ะ คุยง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ”
“ความสุขอีกอย่างหนึ่งสำหรับผม คือ เมื่อเราทำ แล้วเราบอกต่อ มีหมอท่านอื่น ๆ สนใจและไปเรียนรู้เหมือนกันกับพวกเราสองคน ก็รู้สึกดีใจที่เราสามารถเป็นเหมือนฟันเฟืองเล็ก ๆ ให้หมอหรือเจ้าหน้าที่ที่ตอนแรกเขาอาจจะไม่ได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับการบริจาคดวงตา หันมาช่วยกันเป็นกำลังสำคัญในการที่จัดหาดวงตา เพื่อที่จะให้คนที่มองไม่เห็น กลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง” นพ.กัมพลกล่าว
จากจุดเริ่มต้นของบุคลากรทางการแพทย์เพียงสองคน ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่อื่น ๆ หันมาศึกษาและร่วมเป็นกำลังสำคัญในการจัดเก็บดวงตาเพิ่มขึ้น สำหรับ พว.อรจิรา แล้ว สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นความรู้สึกอิ่มเอมใจทุกครั้งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อโอกาสในการมองเห็นให้กับผู้อื่น
“รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่ได้รับโอกาสที่จะได้ต่อบุญให้กับคนอื่น เป็นแค่สะพานบุญแค่ครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งนึงก็คือทางญาติที่จะทอดมาให้เราได้พาข้ามสะพานไปด้วยกัน เราไม่ทราบหรอกค่ะว่า “บุญนี้จะก่อเกิดกับใคร” แต่ที่แน่ ๆ คือ จะมีหนึ่งถึงสองคนที่จะได้มีการแก้ไขให้กลับมามองเห็นโลกที่สวยงามในวันข้างหน้า” พว.อรจิรา กล่าวปิดท้ายพร้อมแววตาที่เต็มไปด้วยความประทับใจ
เรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจของ นพ.กัมพล และ พว.อรจิรา นอกจากจะช่วยเปลี่ยนจำนวนตัวเลขของการจัดเก็บดวงตาในจังหวัดระนองแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า “เมื่อความรู้ความเข้าใจค่อย ๆ เดินทางไปถึงผู้คน ความเชื่อเดิม ๆ ก็สามารถเปลี่ยนเป็นการให้ได้ในที่สุด โดยเริ่มต้นจากบุคลากรทางการแพทย์เพียงไม่กี่คน ที่เลือกย่างก้าวออกจากกรอบของหน้าที่เดิม เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับชีวิตของผู้อื่นอีกมากมาย”
“วันนี้ผมอยากให้โรงพยาบาลจังหวัดระนองมีการจัดเก็บดวงตาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ มันเหมือนเป็นการเพิ่มงานให้ตัวเอง แต่ก็เป็นสโลแกนประจำตัวของผมครับ ก็คือ หมอไตสายเปย์ เราไม่ได้เปย์ด้วยเงิน แต่เราเปย์ด้วยเวลาและหัวใจ” นพ.กัมพล กล่าวพร้อมรอยยิ้มประจำตัวของเขา








