กรมโยธาธิการและผังเมือง ยกทัพวิศวกรผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่วงเวียนใหญ่ ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและคมนาคม เกาะติดปัญหาน้ำรั่วซึมอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ทำถนนประชาธิปกทรุด-ร้าว เร่งตรวจความมั่นคงแข็งแรงของอาคารโดยรอบ พร้อมตั้งวอร์รูมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกู้ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้ประชาชน
สืบเนื่องจากอุบัติเหตุระทึกขวัญกลางดึกเมื่อคืนวันที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา กรณีเกิดเหตุน้ำรั่วซึมเข้าสู่อุโมงค์รถไฟฟ้า บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน - ราษฎร์บูรณะ (สายสีม่วงใต้) สัญญาที่ 4 ช่วงสะพานพุทธ – ดาวคะนอง จนส่งผลให้เกิดการทรุดตัวและรอยร้าวเป็นแนวยาวบนผิวจราจรถนนประชาธิปกนั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.00 น. นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้นำคณะผู้บริหารและวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ อาทิ นายชัยวัฒน์ ปลายเนิน ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมโครงสร้างและงานระบบ, นายธนิต ใจสอาด ผู้อำนวยการสำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร, นางสาวสุธาสินี อาทิตย์เที่ยง หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาอาคาร และเจ้าหน้าที่จากกองวิเคราะห์วิจัยและทดสอบวัสดุ ลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายอย่างเร่งด่วน
การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมกับ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ นายกิตติ เอกวัลลภ ผู้ช่วยผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการฯ เพื่อประเมินสถานการณ์และวางมาตรการเยียวยาแก้ไขร่วมกัน
นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า ทางกรมฯ ได้ส่งทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างอาคารและวัสดุวิศวกรรมเข้าตรวจสอบและประเมินความมั่นคงแข็งแรงของอาคารพาณิชย์และสิ่งปลูกสร้างของประชาชนในพื้นที่โดยรอบจุดเกิดเหตุทันที เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบเชิงโครงสร้างที่อาจเกิดขึ้นจากแรงทรุดตัวของชั้นดินใต้ดิน
นอกจากนี้ ยังได้ให้คำแนะนำทางเทคนิคด้านวิศวกรรมแก่ รฟม. และผู้รับเหมาในการวางแนวทางป้องกัน มาตรการเฝ้าระวัง และการบริหารจัดการความเสี่ยง เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการทรุดตัวเพิ่มเติม
"กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด โดยมีการจัดทีมมอนิเตอร์และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินและอาคารรอบข้างอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าการซ่อมแซมโครงสร้างอุโมงค์และผิวจราจรจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อคืนความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็วที่สุด" นายพงษ์นรา กล่าว








