ศธ. ยุคใหม่ เดินหน้าพลิกโฉมการศึกษาไทย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง นำทีมลงพื้นที่กาญจนบุรี ขับเคลื่อน 5 นโยบายหลัก มุ่งลดงานเอกสารคืนเวลาให้ครู พร้อมชู “กาญจนบุรีโมเดล” ผนึกกำลังหั่นดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 3.5% ตั้งเป้าเป็นต้นแบบแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืนทั่วประเทศ
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยกทัพคณะผู้บริหารและทีมงานสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นำโดย นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. พร้อมด้วย นางสาวพลอย ธนิกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งจัดเป็น "พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” เมื่อวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและขับเคลื่อนทิศทางการปฏิรูปการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
กางพิมพ์เขียว "5 นโยบายหลัก" พลิกโฉมการศึกษาไทย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมุ่งเน้นการนำพิมพ์เขียวการศึกษาฉบับใหม่ไปปรับใช้จริงในพื้นที่ โดยมี 5 เสาหลักสำคัญในการขับเคลื่อน ประกอบด้วย 1. คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก โดยปลดล็อกครูจากงานเอกสารและตัวชี้วัดที่ซ้ำซ้อน นำเทคโนโลยี AI และระบบ Super App เข้ามาช่วยบริหารจัดการ เพื่อให้ครูได้กลับไปทำหน้าที่จัดการเรียนการสอนในห้องเรียนอย่างเต็มที่
2. ปรับโครงสร้างความเหลื่อมล้ำ ปฏิรูปการกระจายงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษาอย่างเป็นธรรม เพื่อให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสและมาตรฐานการเรียนรู้ที่เท่าเทียมยกระบบการเรียนรู้สู่โลกความจริง 3. เปลี่ยนผ่านระบบการศึกษาจากการท่องจำเพื่อสอบ ไปสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based) ที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตและการทำงานจริงสร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียน
4.ยกระดับสถานศึกษาให้เป็นสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสุขอนามัย เพื่อเป็นพื้นที่แห่งความสุข สำหรับนักเรียนทุกคน และ 5. สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วยนวัตกรรมทางการศึกษา ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล นวัตกรรม และ AI ในการจัดการเรียนรู้รายบุคคล (Personalized Learning) เพื่อก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
เจาะลึกจุดยุทธศาสตร์ แปลงนโยบายสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่
กระทรวงศึกษาธิการได้เชื่อมโยงกรอบแนวคิดทั้ง 5 ด้าน เข้ากับการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและแก้ไขปัญหาในจุดสำคัญทั่วจังหวัดกาญจนบุรี โดยเริ่มจากปลูกฝังสุนทรียภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ณ โรงเรียนท่ามะกาวิทยาคมการศึกษาที่เท่าเทียมต้องเริ่มจากการเข้าถึงโอกาส กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ส่งมอบเปียโนในโครงการ “Play It Forward – Piano for Life, Chance for Change” เพื่อเปิดประตูสู่โลกศิลปวัฒนธรรมและดนตรีให้แก่เด็กๆ ในต่างจังหวัด นอกจากนี้ยังได้ทดสอบการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยจัดการงานสารบรรณ สอดรับกับนโยบาย "คืนเวลาให้ครู" และ "ลดความเหลื่อมล้ำ" อย่างแท้จริง
ถอดสูตรสำเร็จ "กาญจนบุรีโมเดล" ปลดหนี้สิน ปลุกพลังแม่พิมพ์ชาติ
หัวใจสำคัญของการคืนความสุขให้ครูคือการสร้างความมั่นคงในชีวิต โดยคณะได้เดินทางเข้าศึกษาดูงาน ณ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี จำกัด เพื่อถอดบทเรียนการจัดการหนี้สินครูอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับธนาคารออมสิน ปรับโครงสร้างหนี้และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียงร้อยละ 3.5 (มีผลถึงเดือนธันวาคม 2570) ควบคู่กับมาตรการหักเงินเดือนที่ต้องเหลือให้ครูไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 เพื่อให้ครูไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีสมาธิในการทุ่มเทให้กับการสอน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคืนคุณภาพชีวิตและ "คืนเวลาให้ครู"
รวมถึงยกระดับโรงเรียนคุณภาพ สู่การเรียนรู้ในโลกความจริง ณ โรงเรียนบ้านหนองกระทุ่มกระทรวงศึกษาธิการได้เข้าชื่นชมผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนบ้านหนองกระทุ่ม (อ.บ่อพลอย) ที่สะท้อนผ่านคะแนนสอบระดับชาติ (RT 85.5 และ NT 73.31) จุดนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของนโยบาย "ยกระบบการเรียนรู้สู่โลกความจริง" ด้วยการปรับเปลี่ยนวิธีคิดมาเป็นการ "อ่านเพื่อทำความเข้าใจ ซึ่งยั่งยืนกว่าการท่องจำ" ผ่านการจัดสภาพแวดล้อมที่สะดุดตา สะอาด และ "สร้างพื้นที่ปลอดภัย" ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
ผลักดันโรงเรียนให้ก้าวสู่สถาปัตยกรรมใหม่ด้วยนวัตกรรมดิจิทัล รายบุคคล ณ โรงเรียนวิสุทธรังษีเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ศตวรรษที่ 21 รัฐมนตรีฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลและทักษะ AI สำหรับครูผู้สอน โดย ศธ. วางเป้าหมายสนับสนุนระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซอฟต์แวร์ที่ทันสมัย และระบบ AI Coaching ที่ออกแบบมาให้สอดรับกับความพร้อมของครูแต่ละบุคคล พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือในระดับสากลเพื่อขับเคลื่อน "สถาปัตยกรรมใหม่ด้วยนวัตกรรมทางการศึกษา" อย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ได้มอบหมายให้ คุณพลอย ธนิดา ที่ปรึกษารึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยนายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ กพฐ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานศึกษา ในวันที่ 23 สิงหาคม 2569 เพื่อฝ่าวิกฤตความเหลื่อมล้ำ ณ โรงเรียนวัดหวายเหนียวในมิติของการแก้ไขปัญหาระดับโครงสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน โดยให้ความสำคัญกับการเดินสำรวจสภาพทางกายภาพของอาคารเรียน สิ่งก่อสร้าง และระบบสาธารณูปโภคภายในโรงเรียนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความปลอดภัยและหาแนวทางปรับปรุงซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน การลงพื้นที่หน้างานจริงในครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตัดวงจร "วิกฤตทางการศึกษา" ยกระดับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมแก่การเรียนรู้ และลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำของสถานศึกษาในชุมชน เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กนักเรียนทุกคนจะเรียนหนังสือได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
การลงพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เพียงการตรวจเยี่ยมราชการตามวาระ แต่คือการผสาน "5 นโยบายหลัก" เข้ากับบริบทของพื้นที่จริง ตั้งแต่การปรับปรุงโครงสร้างอาคารเรียน การดูแลความสุขของครู ความพร้อมของเทคโนโลยี ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของนักเรียน เพื่อให้สถานศึกษาในท้องถิ่นกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ที่มีคุณภาพอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการศึกษาไทยสู่อนาคตต่อไป








