มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยรศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ พร้อมคณาจารย์ ให้การต้อนรับ ผศ.ดร.ชูชาติ วงศ์อนุชิต รักษาการคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ พร้อมคณะ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ในการเข้าเยี่ยมชมรูปแบบการจัดพื้นที่และกระบวนการฝึกทักษะ ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติ เพื่อเป็นแนวทางพัฒนาการจัดการเรียนรู้และเสริมศักยภาพนักศึกษาพยาบาลให้พร้อมก่อนเข้าสู่การฝึกปฏิบัติจริง
รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า แนวคิดสำคัญในการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ปฏิบัติการพยาบาล หรือ Nursing Lab ของ DPU คือการออกแบบห้องปฏิบัติการให้เป็น “ห้อง Lab ที่มีชีวิต” ที่ทุกพื้นที่สามารถสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่การเตรียมความรู้ การฝึกทักษะ การฝึกซ้ำ ไปจนถึงการประเมินผล ก่อนเชื่อมต่อสู่การปฏิบัติในสถานการณ์จริง
ดังนั้นการออกแบบ Nursing Lab จึงเริ่มจากหลักสูตรและผลลัพธ์การเรียนรู้ โดยวิทยาลัยนำกรอบแนวคิด Virginia Henderson’s Need Theory ซึ่งประกอบด้วยความต้องการพื้นฐาน 14 ประการ มาใช้เป็นกรอบเชื่อมโยงการเรียนภาคทฤษฎีกับการฝึกปฏิบัติ เพื่อกำหนดว่านักศึกษาจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะใดในการดูแลผู้ป่วย ก่อนนำทักษะหลายด้านมาบูรณาการจนพัฒนาเป็น Competency หรือสมรรถนะทางการพยาบาล
“ที่ผ่านมาเราอาจคุ้นเคยกับการฝึก Skill หรือทักษะเป็นเรื่อง ๆ แต่สิ่งที่เราพยายามทำคือเชื่อมจาก Skill ไปสู่ Competency เพราะการเป็นพยาบาลไม่ได้จบเพียงการทำทักษะใดทักษะหนึ่งได้ นักศึกษาต้องสามารถนำความรู้และหลายทักษะมาประกอบกัน เพื่อใช้ดูแลผู้ป่วยได้จริง” คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์DPU กล่าว
จากแนวคิดดังกล่าว พื้นที่ Nursing Lab ได้ออกแบบตามลำดับกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่พื้นที่เตรียมความรู้และทักษะ พื้นที่สาธิต พื้นที่Practice และ Repeat Practice สำหรับฝึกปฏิบัติและฝึกซ้ำ ก่อนเข้าสู่การประเมินผล โดยมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์สนับสนุนการเรียนรู้ เช่น กล้องสำหรับการสาธิต เพื่อให้นักศึกษามองเห็นขั้นตอนการปฏิบัติได้ละเอียดและสามารถนำกลับไปฝึกซ้ำได้อย่างเป็นระบบ
สำหรับพื้นที่ห้องปฏิบัติการหลักของวิทยาลัยตั้งอยู่บริเวณชั้น 8–10 โดยแต่ละชั้นถูกวางบทบาทให้สอดคล้องกับระดับการเรียนรู้ เน้นการฝึกและประเมินทักษะพื้นฐาน ก่อนต่อยอดสู่ห้องปฏิบัติการเฉพาะทางในระดับที่สูงขึ้น ครอบคลุมการพยาบาลเด็ก การพยาบาลมารดาและทารก การพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช และการพยาบาลชุมชน เพื่อให้นักศึกษาค่อย ๆ พัฒนาจากทักษะพื้นฐานไปสู่สมรรถนะที่ซับซ้อนและใกล้เคียงกับสถานการณ์การทำงานจริงมากขึ้น
รศ.ดร.ดรุณี อธิบายเพิ่มเติมว่า การออกแบบห้องปฏิบัติการเฉพาะด้านต้องคำนึงถึง บริบทที่นักศึกษาจะออกไปปฏิบัติงานจริง โดยเฉพาะการพยาบาลชุมชน ซึ่งไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันในทุกพื้นที่ได้ เช่น การเรียนรู้ในบริบทกรุงเทพฯ อาจจำลองสถานการณ์การเยี่ยมบ้านที่แตกต่างกับชุมชนชนบทที่สถาบันในต่างจังหวัดสามารถออกแบบพื้นที่ให้สะท้อนลักษณะชุมชนของตนเองได้
การพัฒนาห้องปฏิบัติการเป็นกระบวนการที่ต้องเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเริ่มใช้งานจริงจะทำให้เห็นว่าพื้นที่หรืออุปกรณ์ส่วนใดควรเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยน สิ่งสำคัญคือการมี กรอบแนวคิดและเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนที่ชัดเจน เพื่อให้อาจารย์ทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นการพยาบาลผู้ใหญ่ เด็ก จิตเวช หรือชุมชน สามารถเชื่อมโยงการเรียนภาคทฤษฎี การฝึกในห้องปฏิบัติการ และการปฏิบัติจริงไปในทิศทางเดียวกัน และนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้พร้อมสำหรับวิชาชีพพยาบาลในอนาคต
ด้าน ผศ.ดร.ชูชาติ วงศ์อนุชิต รักษาการคณบดีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 และอยู่ในช่วงวางรากฐานทั้งด้านหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และห้องปฏิบัติการพยาบาล การเข้าศึกษาดูงานวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU ครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อเรียนรู้จากต้นแบบที่มีองค์ความรู้ หลักการ และระบบการทำงานที่ชัดเจน เพื่อนำไปใช้กำหนดแนวทางพัฒนาคณะตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผศ.ดร.ชูชาติ กล่าวถึงเหตุผลที่เลือก DPU เป็นแหล่งศึกษาดูงานว่า มหาวิทยาลัยมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร แนวคิดการจัดการศึกษาพยาบาล และการพัฒนาห้องปฏิบัติการ โดยเฉพาะประสบการณ์ของ รศ.ดร.ดรุณี รุจกรกานต์ คณบดีวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาพยาบาลและการพัฒนาหลักสูตร ทำให้การศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยให้คณะได้เรียนรู้ตั้งแต่หลักคิดเบื้องหลังการออกแบบ Nursing Lab การเชื่อมโยงพื้นที่แต่ละส่วนกับการเรียนการสอนและการพัฒนาสมรรถนะนักศึกษา ไปจนถึงการนำแนวคิดและหลักการไปใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม
จากการเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการพยาบาลทั้ง 3 ชั้น ผศ.ดร.ชูชาติ มองว่า Nursing Lab ของ DPU เป็นโมเดลที่สะท้อนการออกแบบพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับกระบวนการเรียนรู้ ตั้งแต่การฝึกทักษะพื้นฐานไปจนถึงการพัฒนาสมรรถนะเฉพาะด้าน โดยทุกองค์ประกอบถูกวางขึ้นจากเป้าหมายการเรียนรู้และการใช้งานจริง ซึ่งช่วยให้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ มองเห็นภาพชัดขึ้นว่า ห้องปฏิบัติการพยาบาลที่สนับสนุนการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร และสามารถนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดทิศทางพัฒนาพื้นที่ของตนเองในอนาคตได้อย่างเหมาะสม
การศึกษาดูงานครั้งนี้ช่วยให้ทีมงานมองเห็นทิศทางการพัฒนาคณะได้ชัดเจนขึ้น และสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับกลับไปใช้วางแผนการจัดการเรียนการสอนและพัฒนาห้องปฏิบัติการได้อย่างเป็นระบบ พร้อมตั้งใจสานต่อการแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับวิทยาลัยพยาบาลศาสตร์ DPU และเชิญผู้ทรงคุณวุฒิจาก DPU ร่วมให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาการจัดการศึกษาพยาบาลของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ให้มีความพร้อมและตอบโจทย์การผลิตพยาบาลในอนาคต








