นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงมาตรการสร้างความปลอดภัยและดูแลสวัสดิภาพของนักเรียนในสถานศึกษา โดยระบุว่าได้สั่งการให้ดำเนินการตามมาตรการ 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่เชื่อมโยงกันและไม่สามารถละเลยส่วนใดส่วนหนึ่งได้
ประเด็นแรกเริ่มจากตัวเด็กนักเรียนเองที่ต้องพิจารณาว่าเด็กมีปัญหาหรือต้องการความช่วยเหลือในจุดใด รวมถึงมีสภาวะความคับข้องใจที่ต้องการระบายให้ใครฟังหรือไม่ ประเด็นที่สองคือเรื่องของครอบครัวและทางบ้าน ซึ่งต้องสังเกตว่าเด็กมีความหนักใจหรือมีปัญหาใดที่ทางโรงเรียนต้องเข้าไปดูแล โดยมีโครงการเยี่ยมบ้านเพื่อให้ครูได้ทำความรู้จักกับผู้ปกครองและเข้าใจปัญหาของเด็กแต่ละคนอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สำหรับประเด็นที่สามคือตัวบุคลากรครู โดยต้องตรวจสอบว่ามีการดูแลเด็กอย่างทั่วถึงหรือไม่ เช่น อัตราส่วนจำนวนนักเรียนต่อครูมีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงมีกฎเกณฑ์การดูแลเด็กที่ครบถ้วนเพียงใด ประเด็นที่สี่คือเรื่องการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และหากเกิดขึ้นแล้วจะมีมาตรการดูแลจัดการอย่างไร
และประเด็นที่ห้าคือเรื่องของอาวุธ โดยต้องเฝ้าระวังความเสี่ยงและการลักลอบนำอาวุธเข้ามาในโรงเรียน อย่างไรก็ตาม มาตรการทั้ง 5 ด้านนี้ต้องดำเนินการควบคู่กันไป เพราะการแก้ปัญหาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง เช่น การสุ่มตรวจอาวุธเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาเด็กที่มีสภาวะความเครียดได้ ซึ่งหากเด็กหาอาวุธไม่ได้ก็อาจหันไปทำร้ายตัวเองแทน ดังนั้นการดูแลให้ครอบคลุมทุกมิติจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
"5 เรื่องนี้เราทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งไม่พอ เช่น เราบอกว่าค้นอาวุธอย่างเดียว มันไม่ได้แก้ปัญหาเด็กที่มีความเครียด ถ้าเราค้นเจออาวุธแต่เขาอาจจะไปทำร้ายตัวเองก็ได้ ดังนั้นเราต้องทำทั้ง 5 มิตินี้ให้ครอบคลุมกัน ผมว่าสิ่งสำคัญคือมันต้องมีจุดที่สามารถแจ้งเหตุหรือระบบเตือนภัยล่วงหน้าได้ เช่น เพื่อนเห็นพฤติกรรมของเพื่อนมีปัญหา หรือเด็กมีความคับข้องใจไม่รู้จะระบายกับใคร ครูเห็นว่าเด็กมีปัญหา ก็ต้องมีช่องทางที่ได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกเข้าไปได้"
นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังเน้นย้ำถึงการสร้างระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการทบทวนมาตรการทั้ง 5 ด้านให้มีความรอบคอบและเข้มข้นมากยิ่งขึ้น โดยหัวใจสำคัญคือการสร้างความเข้าใจในสถานการณ์และจัดเตรียมพื้นที่ที่เด็กรู้สึกปลอดภัย สามารถขอคำปรึกษาและคำแนะนำได้ตลอดเวลา ซึ่งในส่วนนี้จะมีการประสานงานให้กลุ่มนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือเด็กนักเรียนอย่างเป็นระบบต่อไป








