ดร.พรพรรณ บัวทอง สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ดร.จิรดา ประสาทพรศิริโชค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเสนอบทความเรื่อง “จากโพลไทยสู่เวทีนานาชาติ เปิดวงให้นักวิชาการเอเชียร่วมแลกเปลี่ยน” ความว่า การประชุมวิชาการนานาชาติของสมาคมวิจัยความคิดเห็นสาธารณะโลก (World Association for Public Opinion Research: WAPOR) หรือ WAPOR Asia Pacific Annual Conference 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27–29 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยมี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย Universitas Islam Internasional Indonesia (UIII) ร่วมกับ WAPOR Asia Pacific และ สมาคมนักทำโพลแห่งอินโดนีเซีย (Perhimpunan Survei Opini Publik Indonesia: PERSEPI) เป็นเจ้าภาพ ภายหลังพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ และการบรรยายพิเศษ (Plenary Sessions) จบลง ก็เข้าสู่ช่วงการนำเสนอผลงานวิจัยของนักทำโพล นักวิชาการ และนักวิจัยจากหลายประเทศ ซึ่งแบ่งการนำเสนอออกเป็นหลายห้องตามประเด็นสำคัญของการประชุม เช่น ความแม่นยำของการสำรวจความคิดเห็น ระเบียบวิธีวิจัยและนวัตกรรมการสำรวจ AI และการสำรวจความคิดเห็น การเลือกตั้งและประชาธิปไตย และการเปลี่ยนแปลงของสื่อดิจิทัลกับพฤติกรรมของประชาชน เป็นต้น
ปีนี้สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้รับการตอบรับให้เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในห้อง Sampling & Survey Modes โดยนำเสนอผลงานเรื่อง “Public Opinion Poll Accuracy: Empirical Evidence from the 2026 Thai General Election” ซึ่งศึกษาความแม่นยำของผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ผ่านการเปรียบเทียบผลโพลกับผลการเลือกตั้งจริง เพื่อทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อความแม่นยำของการสำรวจความคิดเห็น
งานวิจัยใช้ข้อมูลจากการสำรวจของสวนดุสิตโพล (Tracking Survey) จำนวน 5 ครั้งก่อนการเลือกตั้ง ครอบคลุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ โดย 4 ครั้งแรก ใช้การเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed-mode) ประกอบด้วยการสำรวจออนไลน์ร้อยละ 30 และการสัมภาษณ์ภาคสนามร้อยละ 70 ส่วนครั้งที่ 5 ใช้การเก็บข้อมูลภาคสนามร้อยละ 100
ผลการศึกษาพบว่า ผลโพลสามารถสะท้อนภาพรวมการแข่งขันของพรรคการเมืองได้ใกล้เคียงกับผลการเลือกตั้งจริงแบบบัญชีรายชื่อ โดยค่าความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย (Mean Absolute Error: MAE) อยู่ในช่วง 1.76–3.47 จุด ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับงานศึกษาจากหลายประเทศ สะท้อนว่าการสำรวจความคิดเห็นของไทยมีมาตรฐานสามารถเปรียบเทียบกับงานวิจัยระดับนานาชาติได้
ส่วนการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต แม้ไม่สามารถประเมินความแม่นยำด้วยค่า MAE ได้โดยตรง เนื่องจากหน่วยวิเคราะห์แตกต่างกัน แต่ผลการศึกษา พบว่า ความนิยมของพรรคการเมืองมีความผันผวนมากกว่าระบบบัญชีรายชื่อ สะท้อนอิทธิพลของปัจจัยระดับพื้นที่ เช่น ตัวผู้สมัคร และการแข่งขันในแต่ละเขตเลือกตั้ง
หลังการนำเสนอ บรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักวิจัยและผู้ทำโพลจากหลายประเทศร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทั้งญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย โดยคำถามส่วนใหญ่สนใจวิธีการทำงานจริงของสวนดุสิตโพลมากกว่าหลักวิชาการหรือผลการวิจัย เนื่องจากกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกันในการสำรวจความคิดเห็นประชาชน
ประเด็นหนึ่งที่ได้รับคำถามมากที่สุด คือเหตุผลที่สวนดุสิตโพลเลือกใช้การเก็บข้อมูลแบบ ออนไลน์ร้อยละ 30 และภาคสนามร้อยละ 70 ผู้เข้าร่วมประชุมต้องการทราบว่ากำหนดสัดส่วนดังกล่าวจากหลักคิดใด และเหตุใดจึงไม่ใช้การสำรวจออนไลน์ทั้งหมดเหมือนหลายประเทศ คำอธิบายคือ ประเทศไทยยังมีประชากรบางกลุ่มที่เข้าถึงระบบออนไลน์ได้ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและประชาชนในบางพื้นที่ การใช้รูปแบบผสมช่วยให้เข้าถึงกลุ่มตัวอย่างได้ครอบคลุมมากขึ้น ลดอคติจากการเลือกตัวอย่าง และสะท้อนโครงสร้างประชากรได้ใกล้เคียงความเป็นจริง
อีกคำถามที่น่าสนใจคือ เหตุใดการสำรวจครั้งสุดท้ายจึงเลือกใช้ การเก็บข้อมูลภาคสนามทั้งหมด (Fieldwork 100%) และผลลัพธ์แตกต่างจากการใช้ Mixed-mode หรือไม่ จากการแลกเปลี่ยนพบว่า แม้การเก็บข้อมูลภาคสนามทั้งหมดจะเพิ่มขนาดตัวอย่างอย่างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าความแม่นยำจะสูงที่สุดเสมอไป ผลการศึกษาพบว่า การสำรวจครั้งสุดท้ายไม่ได้มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำที่สุด เพราะช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งยังมีปัจจัยทางการเมืองและการรณรงค์ที่ทำให้ประชาชนเปลี่ยนการตัดสินใจได้ตลอดเวลา จึงยืนยันข้อค้นพบสำคัญว่า ขนาดตัวอย่างเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ปัจจัยที่กำหนดความแม่นยำของโพล แต่ช่วงเวลาที่สำรวจและบริบททางการเมืองก็มีบทบาทไม่แพ้กัน
การแลกเปลี่ยนครั้งนี้เปิดมุมมองให้เห็นว่า แม้แต่ละประเทศจะมีระบบเลือกตั้ง วิธีเก็บข้อมูล และบริบททางสังคมแตกต่างกัน แต่ทุกประเทศต่างกำลังพยายามหาสมดุลระหว่าง “คุณภาพของข้อมูล” “ต้นทุน” และ “ความรวดเร็ว” ในการทำโพล
อีกสีสันหนึ่งของห้องประชุมคือ บรรยากาศที่เป็นกันเอง ผู้เข้าร่วมจำนวนไม่น้อยเข้ามาพูดคุยต่อหลังการนำเสนอ หลายคนกล่าวชื่นชมวิธีการนำเสนอและสนใจแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับทีมวิจัยจากประเทศไทย จนกลายเป็นช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมต่างชาติรู้จักสวนดุสิตโพลมากขึ้น เกิดการพูดคุยการสร้างเครือข่ายกับนักวิจัยด้านการสำรวจความคิดเห็นจากหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย








