ม.มหิดล ผนึกกำลังภาคเอกชน–อุตสาหกรรมสิ่งทอ เปิดตัว “Hi Trust®” ต้นแบบนวัตกรรมการแพทย์ Circular Economy ดันไทยสู่ New S-Curve สุขภาพแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ บริษัท ชีวาสเต็ม จำกัด และสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ Healthcare Innovation Products หรือ “Hi Trust®” เพื่อพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพไทยสู่การแข่งขันระดับโลก โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นางสาวนิติเรศ วิชชุธร กรรมการผู้จัดการบริษัท ชีวาสเต็ม จำกัด ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ รองศาสตราจารย์ นพ.เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน มหาวิทยาลัยมหิดล ศาสตราจารย์ ดร. พญ.อติพร อิงค์สาธิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รองศาสตราจารย์ ดร. เบญจพร เลิศอนันตวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริหารวิชาการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะผู้บริหาร เข้าร่วมเป็นเกียรติภายในพิธี ณ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น “Flagship Project” สำคัญของมหาวิทยาลัยมหิดล ในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรม และนวัตกรรม มาบูรณาการร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันงานวิจัยสู่การใช้งานจริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อระบบสุขภาพ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ตอกย้ำบทบาทของมหาวิทยาลัยมหิดลในฐานะ World Class Research & Innovation University ที่ขับเคลื่อนประเทศผ่านเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
โครงการ Hi Trust® มุ่งสร้างโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ดำเนินการได้จริง ตั้งแต่การวิจัย พัฒนา ทดลองใช้ ผลิต ขยายผล และต่อยอดเชิงพาณิชย์ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยมหิดลที่มุ่ง “ต่อยอดนวัตกรรมงานวิจัยสู่ Real World Impact” พร้อมสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่เชื่อมโยงนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุน เพื่อผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริง โดยมหาวิทยาลัยมหิดลซึ่งมีเครือข่ายหน่วยบริการสุขภาพในสังกัดรวม 11 แห่ง จะเป็นพื้นที่ต้นแบบสำคัญในการทดลองใช้และขยายผลนวัตกรรมสู่ระบบบริการสุขภาพของประเทศ
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรม ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเอง ลดการพึ่งพาผลิตภัณฑ์นำเข้า และเปิดโอกาสให้ประเทศไทยพัฒนานวัตกรรมสุขภาพที่สามารถต่อยอดสู่ตลาดระดับท้องถิ่น ภูมิภาค และระดับโลกได้ในระยะยาว อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้าง New S-Curve ในกลุ่มอุตสาหกรรมสุขภาพ นวัตกรรมการแพทย์ และอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิศวกรรม และนวัตกรรม ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสุขภาพแห่งอนาคต
ด้าน รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ กล่าวว่า โครงการ Hi Trust® เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2565 จากบทเรียนวิกฤติโควิด-19 ที่สะท้อนปัญหาการขาดแคลนเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ และปริมาณขยะทางการแพทย์จำนวนมหาศาล จึงเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แบบ “Single-use and Recyclable Products” ที่ใช้ครั้งเดียวแต่สามารถรีไซเคิลได้ ทดแทนผลิตภัณฑ์แบบใช้แล้วทิ้ง โดยปัจจุบันสามารถพัฒนาออกสู่ตลาดได้แล้วกว่า 500 รายการ รูปแบบการดำเนินงานครอบคลุมตั้งแต่การวิจัย ออกแบบ ผลิต ใช้งาน ไปจนถึงการนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อลดปริมาณขยะติดเชื้อ และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการกำจัดขยะทางการแพทย์อย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และเครือข่ายอุตสาหกรรมไทย เพื่อพัฒนาระบบนิเวศนวัตกรรมด้านสุขภาพที่ครบวงจร สร้างบุคลากรสมรรถนะสูง และเพิ่มขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองของประเทศ ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพแห่งอนาคต ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในยุค New S-Curve ต่อไป








