บนเส้นทางอันยาวนานกว่า 84 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2485 กรมการแพทย์ได้ทำหน้าที่เป็นองค์กรวิชาการหลักด้านการแพทย์ของประเทศมาอย่างมั่นคง และในวันนี้ภายใต้บริบทของโลกยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย กรมการแพทย์พร้อมแล้วที่จะประกาศความสำเร็จและก้าวต่อไปอย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด “DMS HEALTH TECH FOR ALL ก้าวล้ำเทคโนโลยี สร้างสุขภาพดีเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับระบบสาธารณสุขไทยให้มีสุขภาพแข็งแรงในทุกช่วงวัย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) อย่างยั่งยืน
โดยนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า โลกปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Advanced Medical Technology อย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นกลไกสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชน ซึ่งกรมการแพทย์มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อตอบรับนโยบาย “นวัตกรรมการแพทย์อัจฉริยะ” (Advance Medicine and Innovation) อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศใน 4 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มโรงพยาบาลทั่วไป กลุ่มสถาบันเฉพาะทาง กลุ่มสถาบันเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง และกลุ่มสถาบันเฉพาะทางด้านยาเสพติด โดยประสานพลังร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Centers of Excellence) ทั้ง 22 สาขา เพื่อมอบการดูแลที่จำเพาะเจาะจงและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับประชาชน ให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูงอย่างเท่าเทียม The Best for the Most
วิสัยทัศน์สู่อนาคตในการสร้าง New S Curve ของกรมการแพทย์นั้น ถูกขับเคลื่อนอย่างมีทิศทางภายใต้หลักคิด I+DMS เริ่มต้นจาก Integrity การทำงานด้วยคุณธรรม ความโปร่งใส มุ่งมั่นพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับ Digital การนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัยมาผสานการดูแลผู้ป่วยในทุกมิติ ทั้งระบบ Digital Health และการเชื่อมต่อประวัติผู้ป่วยผ่านระบบ "หมอพร้อม" ที่ช่วยทลายข้อจำกัดให้ประชาชนสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ ร่วมด้วย Mindset กรอบแนวคิดที่ยืดหยุ่น พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และ Social Impact การมุ่งสร้างคุณค่าและประโยชน์สูงสุดต่อสังคม ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์เฉพาะทางแก่สถานบริการสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ทั้งนี้ นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้ตอกย้ำถึงการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวผ่าน 3 จุดเน้นสำคัญ ได้แก่ Robotics and Medical AI การนำปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์มาเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา Medical Industry and ATMP การสนับสนุนอุตสาหกรรมการแพทย์และนวัตกรรมการรักษาขั้นสูงภายในประเทศ และ Genomic and Precision Care การใช้ข้อมูลจีโนมิกส์ร่วมกับการแพทย์แม่นยำ เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
จากจุดเน้นเหล่านี้ กรมการแพทย์ได้แปลงไปสู่ภารกิจจริงในหลายด้าน ทั้งงานวิจัย (Research) เพื่อตอบโจทย์ปัญหาสาธารณสุข และการสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation) ล้ำยุค เช่น เทคโนโลยี Robotic Surgery หรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด, การรักษามะเร็งด้วยวิธี HIPEC, เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติทางการแพทย์ ตลอดจนการฉายรังสีด้วยเทคนิค 3 มิติชั้นสูง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิผลการรักษาและลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการประเมินเทคโนโลยี (Technologies Assessment) เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าและความปลอดภัย ก่อนผลักดันนวัตกรรมเด่นๆ เช่น การคัดกรองเบาหวานขึ้นจอตาด้วย AI และการรักษาขั้นสูงเข้าสู่ชุดสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อลดภาระทางการเงินของประชาชน ไปจนถึงการพัฒนาต้นแบบบริการ (Model Development) ที่เชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อ อาทิ ระบบ Telemedicine, โดรนส่งยา, หุ่นยนต์ดินสอ และเต็นท์ ER เคลื่อนที่สำหรับภารกิจภัยพิบัติ รวมถึงการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย (Policy Advocacy) ที่ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์มาพัฒนาระบบสุขภาพ ยิ่งไปกว่านั้น กรมการแพทย์ยังเป็นสถาบันหลักในการฝึกอบรมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากรทางการแพทย์รุ่นใหม่เพื่อรองรับความก้าวหน้าในอนาคต
เพื่อสะท้อนภาพความสำเร็จทั้งหมดนี้ กรมการแพทย์จึงได้จัดงานครั้งยิ่งใหญ่ "มหกรรมสุขภาพ 84 ปี กรมการแพทย์ DMS HEALTH TECH FOR ALL ก้าวล้ำเทคโนโลยี สร้างสุขภาพเพื่อคนไทย" ระหว่างวันที่ 20-21 มิถุนายน 2569 ณ MCC Hall ชั้น 4 เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน จังหวัดนนทบุรี โดยยกทัพความเชี่ยวชาญจากศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ทั้ง 22 สาขาหลักมาร่วมจัดแสดงและให้บริการแก่ประชาชนอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นสาขาอาชีวเวชศาสตร์, จักษุวิทยา, หู คอ จมูก, กระดูกและข้อ, ทันตกรรม, โรคทรวงอก, ระบบประสาท, โรคมะเร็ง, เวชศาสตร์ผู้สูงอายุ, เวชศาสตร์การกีฬา และการจัดบริการเฉพาะกลุ่ม เช่น พระภิกษุสามเณรและเด็ก
ซึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดให้ประชาชนได้เข้าถึงการตรวจสุขภาพและคัดกรองโรคฟรีหลากหลายรายการอย่างเท่าเทียม อาทิ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเอง, ตรวจไวรัสตับอักเสบ, คัดกรองเบาหวานขึ้นจอตาด้วย AI, วัดมวลกระดูก, ประเมินภาวะสมองเสื่อม, คัดกรองโรคหลอดเลือดสมองด้วยอัลตราซาวด์ รวมถึงการตรวจพัฒนาการเด็กและคัดกรองปัญหาการนอนหลับ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 600 คน สะท้อนถึงความตื่นตัวของสังคมไทยต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่ ที่ไม่ได้เพียงแต่ช่วยรักษาโรคยากๆ อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลทารกแรกเกิดและการป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการรักษาพยาบาลของประเทศในระยะยาว
ก้าวต่อไปของกรมการแพทย์ในทศวรรษใหม่นี้ ยังคงยึดมั่นในปณิธานและแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นคุณภาพ มาตรฐาน และประสิทธิภาพสูงสุด โดยพร้อมที่จะขับเคลื่อนเทคโนโลยีนวัตกรรม ด้วยการรวมความเชี่ยวชาญ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล และใช้ข้อมูลอย่างมีคุณค่า เพื่อพัฒนาระบบสาธารณสุขไทยให้ก้าวทันระดับสากล ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกช่วงวัย และสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้แก่ประเทศชาติสืบต่อไป ตอกย้ำปณิธานอันแน่วแน่ที่ว่า “ทุกลมหายใจของคนไทย คือภารกิจที่กรมการแพทย์มุ่งมั่นดูแล”
#กรมการแพทย์ #84ปีกรมการแพทย์ #DMSHealthTechForAll #กระทรวงสาธารณสุข #MedicalAI #MedicalHub #เทคโนโลยีการแพทย์ #DigitalHealth #หมอพร้อม #RoboticSurgery #PrecisionMedicine #Genomics #AIทางการแพทย์ #นวัตกรรมการแพทย์ #สุขภาพคนไทย #ข่าวสาธารณสุข








