“ม.รังสิต” ชี้แจงครั้งสุดท้าย! เลิกจ้าง ‘อ.โต้ง’ ผิดวินัยร้ายแรง หลังปล่อยข่าวสื่อเกือบปี
เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยรังสิต ออกแถลงการณ์ ระบุว่า สืบเนื่องจากการแถลงข่าวของ รองศาสตราจารย์ พันตํารวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล ในวันนี้ (7 เม.ย.69) ซึ่งพบว่ายังคงมีการนําเสนอข้อมูลที่บิดเบือน และคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
มหาวิทยาลัยรังสิตขอวิงวอนไปยังสื่อมวลชนและสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ พิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อมิให้ตกเป็นเหยื่อในการร่วมสร้างสถานการณ์ที่เพิ่มเติมข้อมูลเท็จ จากการกล่าวหาว่ามหาวิทยาลัยรังสิต ปกป้องผู้กระทําความผิด ในกรณีการทุจริตลักทรัพย์นายจ้าง
มหาวิทยาลัยรังสิต ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้
1.กรณีนี้ไม่ใช่คดีลักทรัพย์นายจ้าง ซึ่งผลสอบสวนชั้นต้น ที่มี รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล เป็น ประธานกรรมการสอบเองนั้น สรุปว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะดําเนินคดีอาญาได้ รวมถึงผลสอบสวนในชั้น ต่อมา โดยคณะกรรมการคุ้มครองการทํางาน ก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นอกจากไม่มีความผิดทางอาญาแล้ว ไม่มีความผิดทางวินัยด้วย กรณีที่อดีตอธิการบดีให้แจ้งความ ตามข้อเสนอของ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล นั้น จากการสอบสวน ไม่ปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอถึงการกระทําผิดอาญา อธิการบดีปัจจุบันจึงได้ทําการถอนฟ้องคดีดังกล่าว
2.การปรับพื้นที่เพื่อเตรียมไว้สําหรับเป็นบ้านพักคนงาน ในโครงการก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ ไม่ได้มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อมหาวิทยาลัย โดยพิจารณาจากเจตนาที่แท้จริงของการเคลียร์พื้นที่ (Site Clearing) ตามคํานิยามในทางวิศวกรรม หมายถึง กระบวนการเตรียมพื้นที่ก่อนการก่อสร้าง โดยการถางป่า ขุดตอไม้ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเดิม ปรับระดับดินและขนย้ายเศษวัสดุออก เพื่อให้เป็นพื้นที่โล่งเตียน ปลอดภัย เพื่อลดค่าใช้จ่ายในโครงการก่อสร้าง ซึ่งเป็นไปตามร่างขอบเขตการดําเนินงาน (TOR) ว่าจ้างผู้รับเหมา เมื่อทําการเคลียร์พื้นที่แล้ว ปรากฏภาพพื้นที่ราบเรียบ ไม่มีหลุมบ่อใดๆ แสดงให้เห็นว่า การขนขยะที่มีดินปนอยู่เป็นส่วนหนึ่งของเจตนาในการเคลียร์พื้นที่ หลักฐานสําคัญนี้ มหาวิทยาลัยรังสิตในฐานะเจ้าของทรัพย์ เห็นว่าไม่ใช่การลักทรัพย์
3.ขอยืนยันว่า เหตุแห่งการเลิกจ้าง เป็นเพราะ รศ.พ.ต.ท.ดร.กฤษณพงศ์ พูตระกูล ได้เผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อมวลชน และสื่อสังคมออนไลน์หลายต่อหลายครั้ง ตลอดระยะเวลา 8 เดือน (ก.ค.68 – ก.พ. 69) ส่งผลให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเป็นที่มาของมติคณะกรรมการสอบสวนว่าได้กระทําผิดวินัยร้ายแรง
มหาวิทยาลัยรังสิต ยึดถือความโปร่งใสและหลักธรรมาภิบาลเป็นสําคัญ การดําเนินการทุกขั้นตอน เป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ หลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับกรณีนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากพบว่ายังมีการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ มหาวิทยาลัยพร้อมที่จะนําพยาน หลักฐาน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
#มรังสิต #อโต้ง #เลิกจ้างอาจารย์ #ผิดวินัยร้ายแรง #ข่าวเด่น #ข่าวการศึกษา #ข่าวมหาวิทยาลัย #เผยแพร่ข้อมูลเท็จ #มหาวิทยาลัยรังสิตชี้แจง #RSU #ข่าวร้อนวงการศึกษา #ข่าวเด่นวันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวสังคม #ข่าวมหาลัยไทย #ข่าวนักศึกษา #ข่าววิชาการ #ข่าวเด่นไทย #ข่าวร้อนวันนี้ #ข่าวSEO








