วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท ไทย เวียตเจ็ท แอร์ จอยท์ สต๊อคจำกัด เพื่อยกระดับองค์ความรู้ทางวิชาการสู่การพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาที่พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจยุคใหม่ รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินไทยสู่ศูนย์กลางการบินภูมิภาค เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมทวี บุณยเกตุ DPU โดยขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมโครงการฝึกงานและสหกิจศึกษา การพัฒนาหลักสูตรจากโจทย์ธุรกิจจริง การจัดทำระบบฐานข้อมูลและกลไกจับคู่งาน รวมถึงหลักสูตรอบรมระยะสั้นด้านธุรกิจและดิจิทัลสำหรับบุคลากรขององค์กร
อาจารย์วสุกานต์ วิศาลสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับพันธกิจของมหาวิทยาลัย ภายใต้การนำของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ในการพัฒนาบุคลากรคุณภาพสำหรับธุรกิจยุคใหม่ โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินควบคู่กับบทเรียนในห้องเรียน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงาน นอกจากนี้ บุคลากรของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังสามารถต่อยอดทักษะผ่านหลักสูตรระยะสั้นของมหาวิทยาลัย อาทิ Mini MBA, Data Analytics และ AI for Business เพื่อเสริมศักยภาพองค์กรให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินยุคดิจิทัล
ด้าน นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ระบุว่า องค์กรให้ความสำคัญกับการวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทย ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อพัฒนาบุคลากรที่มีทั้งความรู้ ทักษะ และความรับผิดชอบต่อสังคม โดยนักศึกษาจะได้เรียนรู้การทำงานของสายการบินจากประสบการณ์จริงในหลากหลายสายงาน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานและโอกาสร่วมงานกับเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในอนาคต ขณะเดียวกันยังมีการพัฒนาหลักสูตรจากโจทย์ธุรกิจจริงและระบบจับคู่งานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน
ภายในงานลงนามความร่วมมือ คณาจารย์และนักศึกษายังได้รับฟังการบรรยายพิเศษจาก คุณสญาดา เบญจกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์ ไทย เวียตเจ็ท ซึ่งถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากภาคธุรกิจนอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานอย่างมั่นใจ
ความร่วมมือระหว่าง DPU และเวียตเจ็ทไทยแลนด์เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยกำลังฟื้นตัวและขยายตัว ทั้งในด้านจำนวนผู้โดยสาร เส้นทางบิน และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) คาดการณ์ว่าในปี 2569 ปริมาณการเดินทางทางอากาศจะกลับสู่ระดับก่อนโควิดที่ประมาณ 160 ล้านคน และมีแผนขยายศักยภาพสนามบินรองรับได้ถึง 200 ล้านคนภายในปี 2570 ส่งผลให้ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ที่สามารถผสานความรู้ด้านบริหารธุรกิจกับการวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อรองรับโมเดลสายการบินยุค Data และยกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจบริการทักษะสูงในระยะยาว








