หลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ (วิชาเอกภาษาญี่ปุ่น) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) จัดเวิร์กชอปเทคนิคการจำคำศัพท์ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 จำนวน 20 คน เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 โดย รองศาสตราจารย์ ยูโกะ มิโยชิ (Yuko Miyoshi) อาจารย์ประจำศูนย์ภาษาญี่ปุ่น (Center for Japanese Language) แห่ง WasedaUniversity ร่วมถ่ายทอดทักษะการใช้คำกริยาให้ถูกต้องตามบริบทวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของงานวิจัยระดับสากลเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น เพื่อยกระดับศักยภาพในการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การบรรยายเริ่มต้นด้วยการให้ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับความแตกต่างของการใช้คำกริยา “กิน” (Tabemasu) และ “ดื่ม” (Nomimasu) ซึ่งมักเป็นจุดที่ผู้เรียนคนไทยสับสน โดยอาจารย์ Yuko Miyoshi ชี้ให้เห็นว่าในภาษาญี่ปุ่น สิ่งที่เป็นของเหลวหรือการรับประทานที่ไม่ต้องเคี้ยว เช่น “ยา” หรือ “น้ำซุปราเมน” จะต้องใช้คู่กับคำกริยา “ดื่ม” (Nomimasu) เสมอหากใช้คำว่า “กิน” (Tabemasu) กับยาจะสื่อถึงการเคี้ยวยาซึ่งผิดบริบทและอาจเป็นอันตรายได้ ในขณะที่เส้นราเมนหรือหมูชาชูซึ่งต้องมีการเคี้ยวจะใช้คำว่า “กิน” (Tabemasu) ตามปกติ การแยกแยะเช่นนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตรรกะของภาษาที่อิงตามลักษณะทางกายภาพของการรับประทานได้ดียิ่งขึ้น
ในส่วนของคำกริยา "ขี่/นั่ง" (Norimasu) อาจารย์ Yuko Miyoshi ยังได้ขยายขอบเขตการใช้งานให้ครอบคลุมมากกว่าเพียงแค่ยานพาหนะทั่วไปอย่าง รถไฟ (Densha) หรือจักรยานยนต์ นักศึกษาได้เรียนรู้ว่าคำนี้สามารถใช้ได้กับทั้งสัตว์ เช่น ม้า หรือแม้แต่สิ่งสมมติอย่าง มังกร และยูนิคอร์น นอกจากนี้ยังมีมิติการใช้งานในระดับที่สูงขึ้นผ่านสำนวนเชิงนามธรรม เช่น "การขี่กระแสแห่งยุคสมัย" (Jidai no nami ni norimasu) และสำนวน "Choushi ni norimasu" ที่สื่อถึงสภาวะการได้ใจหรือการทำอะไรเกินตัวเนื่องจากสถานการณ์เป็นใจ การสอนในลักษณะนี้ทำให้นักศึกษาได้เห็นความหลากหลายของภาษาที่สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในจินตนาการและการสื่อสารเชิงธุรกิจที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
อาจารย์ฮิเดฮิโระ โคบายาชิ (Hidehiro Kobayashi) อาจารย์ประจำหลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ (วิชาเอกภาษาญี่ปุ่น) DPU สะท้อนมุมมองต่อความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้ว่า ความเชี่ยวชาญของอาจารย์ Miyoshi ในด้านการสอนคำศัพท์ถือเป็นส่วนสำคัญที่พานักศึกษาไปไกลกว่าการจดจำคำศัพท์เป็นรายคำ แต่เป็นการทำความเข้าใจแนวคิดเรื่อง “คอลโลเคชัน (collocation)” หรือการนำคำศัพท์มาผสมและใช้ร่วมกับคำอื่นอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ช่วยเสริมการจำในระยะยาว และเปลี่ยนการเรียนที่อาจจะซ้ำซากให้กลายเป็นกิจกรรมที่สนุกและน่าติดตาม
อาจารย์ฮิเดฮิโระ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงและสัมผัสภาษาญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเพิ่มพูนทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเองนอกชั้นเรียน ซึ่งเทคนิคการเรียนรู้คำศัพท์ที่อาจารย์ Yuko Miyoshi แนะนำในครั้งนี้มีบทบาทสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการช่วยให้นักศึกษาพัฒนาคลังคำศัพท์ได้อย่างเป็นระบบ ควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นเรียน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและเข้าถึงธรรมชาติของภาษาญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้น
ในแง่ของแผนงานเชิงรุกเพื่อสร้างโอกาสระดับสากลนั้น อาจารย์ฮิเดฮิโระ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ปัจจุบันทางหลักสูตรกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการให้นักศึกษา DPU เข้าร่วมหลักสูตรเรียนระยะสั้นที่มหาวิทยาลัยวาเซดะ เป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ หรือราว 50 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเรียนจบจะได้รับประกาศนียบัตรที่สามารถนำมาใช้โอนหน่วยกิตกลับมายัง DPU ได้ทันที
"หากโครงการนี้ดำเนินการได้จริง จะช่วยให้นักศึกษาประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลา ขณะเดียวกันก็ทำให้การไปเรียนระยะสั้นมีความหมายและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ในอนาคตเรายังมีแผนเชิญอาจารย์ Miyoshi มาเยือนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสานต่อและพัฒนาความร่วมมือที่แข็งแกร่งเช่นนี้ต่อไป"
ขณะที่ นางสาวอภิญญาณี แสงสี หรือ “เชียร์ดิว” นักศึกษาชั้นปีที่ 1 หลักสูตรภาษาตะวันออกเพื่อธุรกิจ (วิชาเอกภาษาญี่ปุ่น) คณะศิลปศาสตร์ เล่าถึงบรรยากาศการเตรียมตัวเข้าสู่เวิร์กชอปครั้งนี้ว่า เธอตั้งใจทบทวนความรู้เดิมจากการอ่านเลกเชอร์ที่เคยจดไว้เพื่อเป้าหมายในการอุดรอยรั่วเรื่องการจำคำศัพท์สลับกัน เนื่องจากคำศัพท์บางคำมีการออกเสียงที่ใกล้เคียงกันมาก อีกทั้งการได้มีโอกาสเรียนกับวิทยากรจากมหาวิทยาลัยวาเซดะถือเป็นความฝันที่เป็นจริง เพราะรู้จักชื่อเสียงของสถาบันนี้มาตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาตอนปลาย
นอกเหนือจากความตื่นเต้นในกิจกรรมเวิร์กชอปแล้ว เชียร์ดิวยังได้สะท้อนภาพรวมของการเรียนที่ DPU ว่าตอบโจทย์ความต้องการอย่างยิ่ง โดยสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจคือรูปแบบการสอนที่ไม่ได้เน้นเพียงหลักไวยากรณ์เหมือนที่เคยเรียนมาในระดับมัธยม แต่มีการมุ่งเน้นให้ผู้เรียนสามารถ “พูดได้จริง” และเข้าใจลึกซึ้งถึง “วัฒนธรรมองค์กรของญี่ปุ่น” เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำงานระดับมืออาชีพในอนาคต
นอกจากนี้กิจกรรมเสริมหลักสูตรที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องยังช่วยส่งเสริมทักษะทางสังคม (Soft Skills) ควบคู่ไปกับทักษะทางธุรกิจที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในการทำงานและการดำเนินชีวิต ภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้ทักษะที่หลากหลายนอกเหนือจากตำราเพียงอย่างเดียว ทำให้เธอเชื่อมั่นว่าการตัดสินใจเลือกศึกษาที่นี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง และตั้งเป้าหมายที่จะสำเร็จการศึกษาภายใน 3-4 ปี เพื่อก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจ
"หนูเริ่มชอบภาษาญี่ปุ่นมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มจากอิทธิพลจากพี่ๆ รอบตัวที่ชอบดูอนิเมะ พอมาเรียนที่นี่ก็รู้สึกว่าตอบโจทย์มาก เพราะที่นี่ไม่ได้สอนแค่หลักการ แต่อาจารย์สอนให้เราพูดได้ สื่อสารได้ และเข้าใจวัฒนธรรมองค์กรด้วยว่าเวลาทำงานเขาเป็นยังไง ไม่ใช่แค่พูดได้ นอกจากนี้ก็มีสอนเรื่องธุรกิจและ Soft Skills ต่างๆ ที่เอาไปใช้ในการทำงานและการใช้ชีวิต จนหนูรู้สึกว่าการมาเรียนที่นี่ตัดสินใจไม่ผิดเลยค่ะ" เชียร์ดิว เล่าถึงประสบการณ์ด้วยรอยยิ้ม
สำหรับบรรยากาศในช่วงท้ายของกิจกรรมยังคงเต็มไปด้วยความคึกคัก กลุ่มนักศึกษาพากันล้อมวงเข้ามาซักถามข้อสงสัยเพิ่มเติมกับวิทยากรอย่างใกล้ชิด ซึ่งนอกจากความรู้ที่ได้รับแล้ว นักศึกษาทุกคนยังได้มีส่วนร่วมในงานของ รองศาสตราจารย์ ยูโกะ มิโยชิ ที่กำลังร่วมรวบรวมข้อมูลจากการลงมือปฏิบัติจริงในห้องเรียน เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ในเชิงวิชาการและการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในระดับสากล








