นักศึกษาหลักสูตรบัญชีดิจิทัล วิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) สร้างผลงานโดดเด่นบนเวทีระดับประเทศ หลังคว้าอันดับที่ 30 จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 139 ทีมทั่วประเทศ ในโครงการการแข่งขันตอบคำถามทางบัญชีระดับประเทศ ครั้งที่ 12 ประจำปี 2569 หรือ Thailand Accounting Challenge 2026 ซึ่งจัดโดย สภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา
สำหรับการแข่งขันในปีนี้ ทีม T095 ประกอบด้วย นายณัฐภัทร บุญญาอรุณเนตร, นางสาวชุติมณฑ์ ใจตรง และนายณรงค์ฤทธิ์ ขุนพิทักษ์ ภายใต้การดูแลของ ผศ.ดร.อริสรา ธานีรณานนท์และดร.เปรมารัช วิลาลัย ซึ่งถือเป็นการรักษามาตรฐานความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่นักศึกษากลุ่มนี้เคยสร้างชื่อบนเวทีการแข่งขันตอบปัญหาทางวิชาการด้านการบัญชีระดับมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 18 โดยสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย (สสอท.) ด้วยการคว้าเงินรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 มาครองเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา
ดร.เปรมารัช วิลาลัย อาจารย์ประจำหลักสูตรบัญชีดิจิทัล กล่าวด้วยรอยยิ้มถึงเบื้องหลังความสำเร็จว่า ข้อสอบปีนี้มีความเข้มข้นและซับซ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการปรับปรุงมาตรฐานการบัญชีและการสอบบัญชี รวมถึงกฎหมายภาษีอากรให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งการที่มหาวิทยาลัยวางระบบผ่านโครงการ "โค้ชด้านภาษี" (Tax Coach) ส่งผลให้นักศึกษามั่นใจว่าสามารถทำคะแนนในหมวดวิชาภาษีได้ในระดับที่สูงมาก
“ข้อสอบปีนี้ต้องบอกเลยว่าค่อนข้างยากและซับซ้อนกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะมีทั้งเนื้อหามาตรฐานการบัญชีที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึงกฎหมายภาษีอากรที่อัปเดตเข้ามา ทำให้นักศึกษาต้องเตรียมตัวในเชิงลึกมาก เนื่องจากมีการเตรียมความพร้อมผ่านโครงการโค้ชด้านภาษี ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจและความแม่นยำให้กับนักศึกษาได้ค่อนข้างตรงจุด”
อย่างไรก็ดี นอกจากการนำ "โค้ชด้านภาษี" มาเสริมภาพรวมให้กว้างกว่าตำราแล้ว หัวใจสำคัญยังอยู่ที่กลยุทธ์การบริหารจัดการทีมที่ช่วยให้นักศึกษาวิเคราะห์โจทย์ที่ซับซ้อนให้เป็นระบบ โดยยังคงยึดกลยุทธ์เดิมที่เคยประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปีก่อน คือการแบ่งบทบาทหน้าที่ตามความถนัดของสมาชิกแต่ละคนเพื่อลดข้อผิดพลาดภายใต้เวลาที่จำกัด ซึ่งเป็นการจำลองระบบงานจริงในสายบัญชีที่นักศึกษาจะต้องพบเจอในอนาคต
“ในภาพรวมถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจมาก เพราะทีมของเราสามารถทำอันดับที่ 30 จากทั้งหมด 139 ทีมทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นว่ามาตรฐานทางวิชาการของนักศึกษาเรามาถูกทาง แต่สิ่งที่ดีใจที่สุดคือการได้เห็นเด็กๆ ทุกคนทุ่มเทและช่วยกันแก้โจทย์อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการตัดสินใจและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าภายใต้เวลาที่จำกัด”
ดร.เปรมารัช ยังเล่าไปยิ้มไปถึง Passion ของลูกศิษย์ที่เพิ่มขึ้นว่า เป็นผลมาจากวัฒนธรรมการเรียนการสอนที่ปลูกฝังให้เด็กกล้าท้าทายความสามารถของตนเองในสนามจริง ผ่านกิจกรรมอบรมที่มุ่งเน้นความอดทนและการสื่อสารภายใต้สถานการณ์บีบคั้น โดยมี “Final Project” เป็นเครื่องมือหลักในการฝึกทำงานเป็นทีมและรับมือกับสภาวะกดดันอย่างมืออาชีพ ซึ่งเป็นแนวทางที่มหาวิทยาลัยตั้งใจปลูกฝัง เพื่อให้นักศึกษารู้จักการบริหารเวลา การทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีวุฒิภาวะพร้อมออกไปเผชิญโลกการทำงานจริงได้ตั้งแต่วันแรก
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณีของ นายณรงค์ฤทธิ์ ขุนพิทักษ์ หรือ “น้องเกียร์” หนึ่งในสมาชิกทีมที่สามารถสอบเข้าทำงานในสำนักงานสอบบัญชีระดับท็อปของประเทศได้สำเร็จทันทีหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน เพราะได้เห็นโลกที่กว้างขึ้นจากการร่วมทดสอบทักษะกับสถาบันชั้นนำระดับประเทศ ทำให้มองเห็นศักยภาพของตัวเองและสิ่งที่ต้องพัฒนาต่อเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ
“การได้เข้ามาแข่งขันในเวทีระดับประเทศ ทำให้นักศึกษามีความรู้และพัฒนาศักยภาพจนพร้อมจะออกไปฝึกงานมากขึ้น และทำให้เห็นภาพของวิชาชีพชัดขึ้น จากเวทีระดับอุดมศึกษาเอกชน สู่วันที่ต้องมาเจอทุกมหาวิทยาลัยในระดับประเทศ เด็กๆ จะมองเห็น Challenge ว่าจริงๆ แล้วตัวเขาเองควรพัฒนาอะไรได้มากกว่านี้ บางคนอยู่ปี 2 ก็เริ่มอยากเป็นอาจารย์แล้ว เพราะเขาเห็นสิ่งที่เราเสริมสร้างและพยายามผลักดันให้เขามีความอยากเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นมายด์เซ็ตที่ดีมากสำหรับการเติบโตในปัจจุบัน”
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามนโยบายการส่งเสริมให้นักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับประเทศ ตามแนวทางของ ดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดี ที่มุ่งมั่นสร้างความเข้มแข็งทั้งทางวิชาการและจิตใจให้กับนักศึกษาเพื่อพร้อมรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
“นอกจากเรื่องวิชาการ เราอยากให้นักศึกษามีความรู้และสามารถอยู่กับโลกการทำงานจริงได้อย่างมั่นใจ ซึ่งต้องขอขอบคุณทีมอาจารย์ที่ร่วมกันติวอย่างเข้มข้นตลอด 3 เดือน รวมถึงการคัดเลือกนักศึกษาอย่างเหมาะสมเพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้พัฒนาตนเองอย่างมีคุณภาพ เราเชื่อว่าความสำเร็จจากเวทีแข่งขันไม่ใช่เป้าหมายสุดท้าย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในสายงาน สิ่งที่อยากฝากถึงนักศึกษาคือการเพิ่มพูนการคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงภายใต้แรงกดดัน เพราะหากจิตใจเข้มแข็งเราก็พร้อมจะก้าวพ้นทุกอุปสรรคไปได้ ความสำเร็จที่แท้จริงของนักศึกษาจึงไม่ใช่อยู่เพียงถ้วยรางวัล แต่คือความพร้อมทางด้านจิตใจที่เติบโตอย่างยั่งยืน”
สำหรับทิศทางในปีหน้า หลักสูตรบัญชีดิจิทัลได้เตรียมพร้อมปั้นนักศึกษารุ่นใหม่เข้ามาเสริมทัพเพื่อสร้างประสบการณ์บนเวทีระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสาขาการตรวจสอบภายใน (IA) ที่มีความโดดเด่นและกำลังรอการทดสอบในลำดับถัดไปนอกจากนี้ยังเตรียมจัดกิจกรรมพิเศษในช่วงฤดูร้อน ที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าแข่งขันที่คว้ารางวัลในครั้งนี้ รวมถึงรุ่นพี่ได้กลับมาส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่เพื่อนนักศึกษาและรุ่นน้อง ผ่านโครงการส่งเสริมทักษะวิชาชีพต่อเนื่องอีกกว่า 10 โครงการ เพื่อให้นักศึกษามีความสุขกับการเรียนรู้ และสามารถเติบโตในสายวิชาชีพได้อย่างมั่นใจ







