วันที่ 25 เม.ย.2569 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า หลายวันที่ผ่านมา ชื่อของหลักสูตร “TopForm 001” และสถาบันพระปกเกล้า ถูกกล่าวถึงทั้งในสื่อและโลกออนไลน์ มีทั้งความคาดหวัง ความสมหวังและผิดหวังมีทั้งความรู้สึกจากผู้สมัคร กรรมการ และการตั้งคำถามจากสังคม ขอใช้โอกาสนี้ชี้แจงในสองประเด็นสำคัญ ประเด็นแรก TopForm 001 เป็นหลักสูตรใหม่ที่เกิดจากการตั้งคำถามกับรูปแบบเดิมของการพัฒนาผู้นำ
ที่ผ่านมา เรามักนำ “คนที่มีตำแหน่งแล้ว” มาอบรม แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงจากคนที่มีอำนาจ มีภาระ และมีสถานะ ย่อมเป็นเรื่องท้าทาย และประสิทธิภาพของการเรียนรู้ก็มีข้อจำกัดโดยธรรมชาติ จึงตัดสินใจปิดบางหลักสูตร ลดจำนวนผู้เข้าอบรมในหลายหลักสูตร และปรับแนวคิดจากพัฒนาผู้นำ มาเป็น สร้างผู้นำ แทนที่จะให้เฉพาะคนมีตำแหน่งมาเรียน เราจะเปลี่ยนมาสร้างวัตถุดิบชั้นดีที่พร้อมจะเข้าสู่ระบบการเมือง
นายอิสระ ชี้แจงว่า หลักสูตรนี้คัดเลือก 63 คน ที่มีความสนใจทางการเมือง หรือมีศักยภาพจะเป็นผู้นำ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีตำแหน่งแล้ว แต่ยังต้องการพัฒนาตนเองอย่างจริงจัง มาร่วมกันเรียนรู้และแลกเปลี่ยน ตั้งแต่ การสื่อสารในที่สาธารณะ กฎหมายเลือกตั้ง ข้อบังคับการประชุมสภาการยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไปจนถึงธรรมเนียมพิธีการของรัฐและการต่างประเทศ เป้าหมายไม่ใช่เพียงให้ความรู้ แต่คือการ ปรับวิธีคิดและเตรียมความพร้อม เพื่อให้พรรคการเมือง และสังคม มีตัวเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพสูง หากใน 63 คนนี้ มีเพียงบางส่วนที่ได้เข้าสู่ตำแหน่ง และช่วยทำให้การเมืองดีขึ้นได้จริง ผมเชื่อว่า การลงทุนนี้ก็คุ้มค่าครับ
นายอิสระ กล่าวว่า ประเด็นที่สองกระบวนการคัดเลือกและกรรมการ เราตั้งใจให้กระบวนการคัดเลือก สะท้อนโลกความเป็นจริงของการเมือง ผู้สมัครมีเวลา 3 นาทีในการนำเสนอตัวเอง และทราบผลทันทีในห้อง เพราะในโลกจริงประชาชนตัดสินใจเลือกผู้แทนภายในเวลาไม่กี่นาทีในคูหาเลือกตั้ง สำหรับคำถามว่าทำไมกรรมการจึงมาจากหลากหลายภาคส่วน รวมถึงผู้ที่ไม่ได้อยู่ในสายวิชาการ
คำตอบคือการได้รับเลือกเข้าสู่อำนาจไม่เคยขึ้นอยู่กับความรู้เพียงอย่างเดียวแต่อยู่ที่ความสามารถในการสื่อสาร การเข้าถึง และ ความน่าเชื่อถือในสายตาสาธารณะด้วยเหตุนี้เราจึงเชิญสื่อมวลชน และผู้ทำงานด้านการสื่อสารสาธารณะ เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการคัดเลือกเพราะนี่คือทักษะที่ไม่มีในตำรา แต่มีผลอย่างยิ่งในสนามจริง ในขณะเดียวกัน องค์ประกอบของกรรมการก็สะท้อนความหลากหลายของสังคมไทย จากทุกภาคส่วน ทุกแนวคิด ทุกประสบการณ์ ทุกสี ทุกขั้ว
เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ย้ำว่า เราไม่ได้ต้องการกรรมการที่ถูกใจทุกฝ่าย แต่ต้องการกรรมการที่สะท้อนทุกฝ่าย เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่การเห็นตรงกันทั้งหมดแต่คือการอยู่ร่วมกันท่ามกลางความแตกต่าง แน่นอนว่าทุกความพยายามย่อมมีทั้ง คนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่เสียงวิจารณ์ที่เกิดขึ้น สะท้อนถึงความคาดหวัง ความกังวล และความท้าทายของระบบการเมืองไทยและบางที นั่นคือเหตุผลที่หลักสูตรนี้จำเป็น
แม้หลักสูตรยังไม่เริ่มแต่การถกเถียงที่เกิดขึ้น ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ของสังคมแล้ว หวังว่า 63 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย จะไม่ใช่เพียงผู้ผ่านการคัดเลือก แต่จะเป็น ผู้เข้าใจความซับซ้อนของสังคมไทย และพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ TopForm 001 อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่คือจุดเริ่มต้นของคำตอบ








