การศึกษา

NEXT U: การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสวนดุสิตสู่เป้าหมายด้วย OKRs

แชร์ข่าว

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล นำเสนอบทความเรื่อง "NEXT U: การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสวนดุสิตสู่เป้าหมายด้วย OKRs" ข้อความว่า การบริหารมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเทคโนโลยี สังคม และความคาดหวังของผู้เรียน ทำให้สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องกำหนดแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจนและก้าวทันบริบทใหม่อยู่เสมอ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเป็นหนึ่งในสถาบันที่ให้ความสำคัญกับการปรับตัวเชิงรุก มีการกำหนดทิศทางการบริหารที่มุ่งเน้นระบบการทำงานที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถวัดผลได้จริง ดังปรากฏในบรรยายพิเศษของ ผศ.ดร. พิทักษ์ จันทร์เจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในหัวข้อ “NEXT U: การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยสู่เป้าหมายด้วย OKRs” เมื่อวันอังคารที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ ศาลาชื่นอารมณ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งถ่ายทอดภาพรวมการพัฒนามหาวิทยาลัยตลอดหลายปีที่ผ่านมาอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อนำองค์กรไปสู่อนาคตที่มั่นคง แข็งแรง และสอดคล้องกับพันธกิจหลักของการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพและยั่งยืนอย่างแท้จริง

อธิการบดีได้ย้อนทบทวนเส้นทาง “การขับเคลื่อนสวนดุสิต” ตั้งแต่ปี 2566 โดยเริ่มจากการประเมินและทบทวนศักยภาพขององค์กร เพื่อมองหาจุดแข็งและโอกาสในการพัฒนา จากนั้นในปี 2567 มหาวิทยาลัยได้เน้นการวางระบบและกลไกการทำงานให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นปีแห่งการจัดระเบียบ สร้างฐานบริหารจัดการที่มั่นคง ก่อนจะก้าวเข้าสู่ปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มหาวิทยาลัยมุ่งสร้างมาตรฐานผ่านการบูรณาการหลักสูตรและระบบการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์การผลิตบัณฑิตรุ่นใหม่ ปี 2569 มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยสู่สังคม ชุมชน และท้องถิ่น เพื่อนำองค์ความรู้ที่มีอยู่ไปสู่ประโยชน์เชิงรูปธรรม และในปี 2570 มหาวิทยาลัยตั้งเป้าสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ มุ่งเน้นคุณภาพบัณฑิต การเรียนรู้เชิงลึก และความเป็นเลิศในสาขาที่มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญ ทั้งหมดนี้มุ่งหมายเพื่อยกระดับสวนดุสิตให้เป็นมหาวิทยาลัยที่โดดเด่นในด้านการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นตามอัตลักษณ์ของตนเอง

กระบวนการพัฒนาทั้งหมดดำเนินการภายใต้นโยบาย “Power of Management” ประกอบด้วย Planning, People, Process และ Resource ซึ่งเป็นแกนหลักในการบริหารจัดการเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการกำหนดตัวชี้วัด Performance Indicators ที่สะท้อนผลการทำงานอย่างชัดเจน ทั้งในด้านการมีงานทำของบัณฑิต การพัฒนาเชิงพื้นที่ ระดับการมีส่วนร่วมของบุคลากร ตลอดจนความยั่งยืนของสถาบันในภาพรวม

หัวใจสำคัญอีกประการหนึ่งที่อธิการบดีได้กล่าวถึง คือ “ปัญญาและพลังของพวกเรา” ซึ่งเป็นพลังร่วมของบุคลากรและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ภายใต้แนวคิด “The Power of SDU” ซึ่งสื่อให้เห็นว่าการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยให้ไปถึงเป้าหมายไม่อาจเกิดขึ้นได้จากบุคคลเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลังจากนักศึกษา ศิษย์เก่า บุคลากร ชุมชน และภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนต่างเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และขับเคลื่อนการพัฒนาของมหาวิทยาลัยให้เติบโตอย่างมั่นคง การมีฐานเครือข่ายที่กว้างและแข็งแรงเช่นนี้ถือเป็นทุนสำคัญที่ช่วยให้สวนดุสิตสามารถเคลื่อนตัวไปตามทิศทางใหม่ของการศึกษาได้อย่างมีพลังมากขึ้น

ในช่วงของ “การก้าวสู่เป้าหมาย” อธิการบดีได้กล่าวถึง “SDU GOAL” หรือ RAISE ซึ่งเป็นแนวทางพัฒนาที่ประกอบด้วย Recognition & Reputation, Academic Excellence, Innovation, Sustainability และ Engagement เป้าหมายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นหมุดหมายที่ช่วยกำหนดทิศทางการพัฒนามหาวิทยาลัยให้ชัดเจนขึ้น พร้อมทั้งสร้างความคาดหวังร่วมกันในบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องว่าเส้นทางข้างหน้าควรมุ่งไปสู่สิ่งใด นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายเฉพาะด้าน เช่น การสร้างความเป็นเลิศด้านอาหาร การพัฒนาระบบห้องสมุดสู่มาตรฐานสากล การยกระดับศักยภาพบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และการวิจัยอย่างยั่งยืน

ท้ายที่สุด อธิการบดีได้กล่าวถึง “การขยายผลอย่างยั่งยืน” ที่มีการดำเนินงานผ่านการประชุมปฏิบัติการทบทวน Key Results ระหว่างปี 2569–2571 ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการติดตาม วัดผล และยืนยันว่าการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานสอดคล้องกับเป้าหมายกลางของมหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้อธิบายถึงการจัดทำงบประมาณที่ต้องพิจารณาทั้งบริบทของประเทศและยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เช่น งบประมาณปี 2570 ที่ถูกจัดสรรอย่างมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนงานเชิงยุทธศาสตร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลงทุนด้านระบบสารสนเทศ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสถาบัน

ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตกำลังเดินหน้าอยู่นั้นไม่ใช่แค่แผนที่เป็นเพียงกระดาษ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกคนในองค์กร องค์ความรู้จากการอบรมและประสบการณ์จะกลายเป็นฐานสำคัญในการพัฒนา OKRs ที่สามารถวัดผลได้จริง ขณะที่คนสวนดุสิตทุกคนต้องร่วมกันผลักดันให้เป้าหมายต่าง ๆ เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม เพื่อนำพามหาวิทยาลัยไปสู่ SDU GOAL ตามที่ได้กำหนดไว้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ข่าวแนะนำ