บทความ บทวิเคราะห์

การเรียนรู้ องค์ความรู้ และทักษะ สำหรับโลกอนาคต

แชร์ข่าว

ร้อยเอก ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ

รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า 

เมื่อโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกหนึ่งสิ่งที่เห็นเป็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน คือการวิเคราะห์ถึงองค์ความรู้และทักษะที่ต้องการสำหรับอนาคต ที่มักจะมีการวิเคราะห์กันแทบทุกปี เพื่อให้คนทั่วไปตระหนักและพัฒนาตนเองได้เท่าทันกับความต้องการ เพื่อที่จะได้ไม่ตกขบวนง่ายๆ และยังคงไว้ซึ่งโอกาสในชีวิต วันนี้เราจะมาอัพเดทเทรนด์ความรู้และทักษะสำหรับโลกอนาคตกันครับ

จากการศึกษาเอกสารของ OECD Future of Education and Skills 2030 ที่ได้ทำการวิจัยและวิเคราะห์ทักษะที่จำเป็นสำหรับปี 2030 ซึ่งได้สะท้อนภาพของโลกอนาคตไว้อย่างชัดเจน ว่าโลกกำลังเข้าสู่ยุคของความไม่แน่นอน และกำลังเผชิญกับวิกฤติหลายด้าน อาทิ สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และ ความเปราะบางทางสังคม เป็นต้น

ความรู้และทักษะ สำหรับโลกใบใหม่ที่ว่านี้จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการพัฒนา และอัพเกรด

ในบริบทเช่นนี้ การศึกษาจึงต้องเปลี่ยนจาก “การถ่ายทอดความรู้” ไปสู่ “การสร้างสมรรถนะในการรับมืออนาคต” ซึ่งจะเป็นสมรรถสำคัญสำหรับคนทุกคนในอนาคตข้างหน้า

แน่นอนว่าสมรรถนะเหล่านี้ ไม่ได้จำกัดแค่องค์ความรู้เท่านั้น แต่เป็นการผสมผสานกันระหว่าง “ความรู้” (knowledge) และ “ทักษะ” (skills) รวมถึง “ทัศนคติและคุณค่า” (attitudes and values) ที่หล่อหลอมให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างยั่งยืน

ในโลกที่ปัญหาไม่ได้เป็นเส้นตรง คนที่ได้เปรียบจึงไม่ใช่คนที่จำเก่งที่สุด แต่คือคนที่ “เชื่อมโยงเก่งที่สุด”ดังนั้น หัวใจของการศึกษาจึงต้องเปลี่ยนไป กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Transformative Competencies” หรือสมรรถนะสำหรับการเปลี่ยนแปลง (หรือสมรรถนะแห่งอนาคต) 3 ประการ ได้แก่

1) “การสร้างคุณค่าใหม่” (Creating New Value) เพราะโลกอนาคตต้องการคนที่สามารถคิดนอกกรอบ สร้างนวัตกรรม และต่อยอดสิ่งที่มีอยู่ให้กลายเป็นสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้า บริการ หรือแนวคิด รวมถึงความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการ

2) “การประสานความขัดแย้ง” (Reconciling Tensions and Dilemmas) ในโลกที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง การเลือกแบบสุดโต่งไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป มนุษย์ต้องสามารถคิดเชิงระบบ มองเห็น trade-off และหาจุดสมดุลระหว่างสิ่งที่ขัดแย้งกัน เช่น ระหว่างเสรีภาพกับความมั่นคง ระหว่างการเติบโตกับความยั่งยืน 

3) “ความรับผิดชอบ” (Taking Responsibility) ซึ่งอาจเป็นทักษะที่สำคัญที่สุด เพราะในโลกที่เทคโนโลยีเปิดโอกาสให้มนุษย์ทำได้แทบทุกอย่าง คำถามไม่ใช่ว่า “เราทำได้หรือไม่” แต่คือ “เราควรทำหรือไม่” และมีผลบวกหรือลบต่อส่วนรวมอย่างไร

พูดง่ายๆว่า วันนี้โลกตะวันตก กำลังเสนอนำมิติของ “จริยธรรม” กลับเข้าสู่หัวใจของการศึกษา

คำถามสำคัญสำหรับประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราจะสอนอะไร” แต่คือ “เราจะสร้างระบบการเรียนรู้แบบใด”

ปัญหาคลาสสิกของระบบการศึกษาไทยไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่ OECD ระบุไว้มากนัก ซึ่งหลายประเทศติดกับดักคล้ายๆกัน เช่น หลักสูตรที่แน่นเกินไป การเน้นการสอบมากกว่าการคิดวิเคราะห์ หรือช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรียนกับโลกจริง

ตั้งคำถามเล่นๆ หรือที่ผ่านมา เรามุ่งหน้าผลิต “คนเก่งข้อสอบ” แต่ไม่ใช่ “คนที่เข้าใจโลก”

หากประเทศไทยต้องการก้าวทันโลก การปฏิรูปการศึกษาอาจต้องเริ่มจากการ “ลด” บางส่วน และ “เพิ่ม” บางส่วน เช่น ลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น ลดการท่องจำ ในขณะที่เปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนได้คิด ทดลอง และล้มเหลว เพื่อสร้างความกล้าหาญทางความคิด และสร้างทักษะให้คนไทย “คิดเป็น”

ในขณะเดียวกัน ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” ไปสู่ “ผู้ออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้” และระบบการศึกษาต้องมีความยืดหยุ่นมากพอที่จะตอบสนองต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ท้ายที่สุดแล้ว โลกอนาคตไม่ได้ต้องการคนที่รู้ทุกอย่าง แต่ต้องการคนที่ “เรียนรู้ได้ตลอดเวลา”

เอวัง

ภาพประกอบสร้างโดยAI