วันที่ 4 ส.ค.69 ที่ บก ตม.1 พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้สั่งการ ตม.ทุกกองบังคับการทั่วประเทศ ปฏิบัติตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพชร ผบ.ตร.สั่งตำรวจทั่วประเทศกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามมาตรการของทางรัฐบาล แก้ปัญหาคนต่างชาติที่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม ในประเทศ มาตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยใช้ “มาตรการ 3 ไม่” ในการบังคับกฎหมายกับคนต่างชาติ ได้แก่ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด
พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 เปิดปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรต่างชาติที่ไม่พึงประสงค์ซึ่งได้รับการประสานรายชื่อจากสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และผ่านกองการต่างประเทศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้เปิดปฏิบัติการ “ไม่ให้อยู่” อย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองที่รับผิดชอบงานสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและไล่ล่าจับกุมตัว จนกระทั่งวันที่ 4 ส.ค.69 ได้ทำการควบคุมตัว
นางเจียฉัด หายวาง (นามสมมติ) อายุ 47 ปี สัญชาติจีน เป็นบุคคลตามหมายจับต่างประเทศ (ประเทศจีน) ในข้อหา “ปลอมแปลงใบแจ้งหนี้” โดยใช้บริษัทเอกชน ซื้อใบแจ้งหนี้ จากบริษัทต่างๆ โดยไม่มีการทำธุรกรรมเกิดขึ้นจริง เพื่อนำไปฉ้อโกงภาษีมูลค่ากว่า 35 ล้านหยวน หรือ 200 ล้านบาท ในนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน จากนั้นได้หลบหนีมากบดานอยู่ในประเทศไทย
โดยมีพฤติการณ์การหลบหนี คือ คอยเปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนการแต่งกาย เปลี่ยนทรงผม และเปลี่ยนอาชีพไปเรื่อยๆ เมื่อชุดสืบสวนได้ติดตามจับกุมพบว่านางเจียฉัดฯ ได้ทำตัวคลุกคลีอยู่กับวงการสวนทุเรียนที่จังหวัดจันทบุรี ทำทีคอยเดินทางไปมาระหว่างจันทบุรีกับกรุงเทพมหานคร เพื่อติดต่อธุรกิจนำทุเรียนจากจังหวัดจันทบุรีเข้ามาขายในกรุงเทพมหานคร ไม่อยู่เป็นหลักแหล่ง และยังเช่าบ้านไว้หลายหลังทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และพื้นที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี เพื่อเปลี่ยนที่พักอาศัยไปเรื่อยๆ ทั้งบ้านเพื่อน บ้านเช่าและห้องเช่า และเพื่อให้เสมือนเป็นผู้ประกอบการเกี่ยวกับผักผลไม้ธรรมดาคนหนึ่งจริงๆ และเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง จึงพบว่านางเจียฉัดฯ มีการเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนพาหนะ และเปลี่ยนการแต่งกายไปเรื่อยๆทุกวัน รวม เปลี่ยนที่พักไป 4 ที่ เปลี่ยนพาหนะ ไป 5 คัน ทำให้การติดตามจับกุมเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่แล้วนางเจียฉัดฯ ก็ได้มาจนมุมต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยการติดต่อขอดีลธุรกิจทุเรียนกัน ด้วยความที่ฝ่ายผู้ต้องหาก็อยากเล่นบทนักธุรกิจสุดแนบเนียน สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 เข้าควบคุมตัวได้บริเวณที่พักข้าง ตลาดไท ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ปิดฉากผู้ต้องหานักฉ้อโกง 200 ล้านบาทตัวฉกาจ นำตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ปรัชญา กล่าวว่า สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมที่จะกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ เดินหน้าปกป้องความมั่นคง และความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง








