(ภักดี วีระรัตน์ / รายงาน)
ปัญหาการปราบปรามการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้าในปัจจุบัน ถือเป็นความท้าทายระดับชาติที่รัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (เช่น สอท., สคบ., กรมศุลกากร) ขบวนการลักลอบค้ามีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและใช้เทคโนโลยีในการหลบเลี่ยงตลอดเวลา
"ช่องโหว่และปัญหาสำคัญ" ในการปราบปรามได้ไม่ว่สจะเป็น การเปลี่ยนรูปแบบสินค้าเพื่อ "พรางตา" และสำแดงเท็จกลุ่มผู้ค้าไม่ได้นำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นแท่งหรือกล่องแบบเดิมอีกต่อไป แต่ใช้วิธี "แยกชิ้นส่วน" แยกตัวเครื่อง แบตเตอรี่ และน้ำยาออกจากกัน แล้วลักลอบนำเข้าผ่านตู้คอนเทนเนอร์โดยสำแดงเท็จว่าเป็น "สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป" หรืออะไหล่คอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ยังมีการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่ตลอด เช่น " Toy Pod" (บุหรี่ไฟฟ้าทรงตุ๊กตาหรือขนม) เพื่อให้กลมกลืนกับของเล่นเด็กและพรางตาเจ้าหน้าที่ และ ตลาดออนไลน์และระบบขนส่งพัสดุเอกชนนี่คือเส้นทางหลักที่ทำให้การปราบปรามทำได้ยากมาก ผู้ค้าจะเปิดร้านบนโซเชียลมีเดีย (LINE, X, TikTok, เว็บไซต์ใต้ดิน) โดยไม่เปิดเผยตัวตนแท้จริง เมื่อมีออเดอร์จะใช้ระบบขนส่งพัสดุเอกชนหรือไปรษณีย์ด่วนพิเศษในการกระจายสินค้า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสุ่มตรวจพัสดุที่มีปริมาณมหาศาลนับแสนชิ้นต่อวันได้ทั้งหมด ทำให้สินค้าหลุดรอดไปถึงมือผู้บริโภค (โดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียน) ได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าด่านศุลกากร (ปริมาณตู้สินค้าล้นหลาม) เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง ต้องรองรับตู้คอนเทนเนอร์สินค้าขาเข้ามากกว่า 10,000 ตู้ต่อวัน ในทางปฏิบัติทางกายภาพ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเปิดตรวจอย่างละเอียดได้ทุกตู้ จึงต้องใช้วิธีสุ่มตรวจและวิเคราะห์ความเสี่ยง (Risk Management) ซึ่งกลุ่มผู้นำเข้ามักอาศัยชิปปิ้งที่มีประวัติดี หรือจงใจไม่คีย์ข้อมูลเข้าระบบตามเวลาเพื่อหาช่องโหว่ลักลอบนำออกไป
นอกจากนี้การจับกุมมักสาวไปไม่ถึง "นายทุนใหญ่" ผลการปฏิบัติการจับกุมในโกดังหรือหน้าร้านส่วนใหญ่ มักจะได้ตัวเพียง "ลูกจ้าง" คนแพ็กของ หรือผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น ขบวนการเหล่านี้มีการวางโครงสร้างแบบปิดตัดตอน (เช่น ใช้บัญชีม้าในการรับเงิน, ใช้โกดังเช่าในชื่อบุคคลอื่น) ทำให้ยากต่อการสืบสวนขยายผลทางบัญชีเพื่อยึดทรัพย์หรือจับกุมนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังอย่างแท้จริง เม็ดเงินผลประโยชน์มหาศาลและ "ไฟไหม้ฟาง"บุหรี่ไฟฟ้ามีต้นทุนการผลิตที่ต่ำมากจากต่างประเทศ (ส่วนใหญ่มาจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน) แต่เมื่อนำเข้ามาขายในไทยสามารถสร้างกำไรได้หลายเท่าตัว เม็ดเงินผลประโยชน์ที่สูงลิ่วนี้ทำให้ผู้ค้าพร้อมเสี่ยง และเกิดข้อครหาในสังคมเกี่ยวกับปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่บางกลุ่ม ส่งผลให้เมื่อมีการกวดขันหนัก ๆ ขบวนการนี้ก็จะ "เงียบไปพักหนึ่ง" แล้วกลับมาเปิดขายใหม่เมื่อกระแสซาลง (ลักษณะไฟไหม้ฟาง)
ล่าสุด "บิ๊กไมค์” พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร.) มอบหมายให้ทุกหน่วยในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระดมกวาดล้างการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ในระหว่างวันที่ 1 – 15 กรกฎาคม 2569 เพื่อยกระดับการปราบปรามให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้ารอบบริเวณสถานศึกษา และการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ จึงควง พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปบย.ตร., พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.นครินทร์ สุคนธวิท รอง จตร. , พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผบก.จร., พ.ต.อ.สมพล ใจดี รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9, พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.3 บก.สอท.2 ได้นำหมายค้นศาลภาษีอากรกลาง เข้าตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัยว่าจะเป็นสถานที่ซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 2 หลัง ในพื้นที่เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
ตรวจค้นบ้านพักหลังแรก เป็นทาวน์โฮมตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเพชรเกษม 63 พบผู้ต้องหาที่ 1 กำลังเตรียมจะขนบุหรี่ไฟฟ้าเพื่อไปส่งจำหน่าย ตรวจค้นภายในบ้านพบบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมน้ำยา จำนวนมากกว่า 50,000 ชิ้น มีทั้งที่แพคบรรจุหีบห่อสำหรับเตรียมส่งของไว้แล้ว และที่รอการบรรจุหีบห่อปะปนกันอยู่
หลังจากนั้น จึงได้เข้าค้นบ้านหลังที่สอง ตั้งอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยเพชรเกษม 63 พบผู้ต้องหาที่ 2 แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน ผลการตรวจค้นภายในบ้านพบเงินสดจำนวน 4.8 ล้านบาท ผู้ต้องหาที่ 2 รับว่าเป็นเงินได้มาจากการขายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว และให้การเพิ่มเติมว่าได้สั่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยนำมาเก็บไว้ที่บ้านพักดังกล่าว เพื่อเตรียมบรรจุหีบห่อและส่งขายตามออเดอร์ที่ได้รับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522
"บิ๊กไมค์" พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวว่า เครือข่ายผู้กระทำผิดกลุ่มนี้ ได้โพสต์จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางเว็บไซต์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.2 จึงสืบสวนขยายผลจนทราบแหล่งเก็บสินค้า ว่าได้นำมาซุกซ่อนไว้ในบ้านพักอาศัย และใช้เป็นสถานที่สำหรับบรรจุหีบห่อเพื่อเตรียมส่งจำหน่าย โดยบ้านพักดังกล่าวตั้งอยู่ในแหล่งชุมชนและใกล้กับสถานศึกษาในรัศมีไม่เกิน 2 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญที่ ศปบย.ตร. ได้วางมาตรการในการปราบปรามไว้เป็นลำดับแรก จึงได้ขอศาลออกหมายค้น จนนำมาสู่การจับกุมในครั้งนี้ สำหรับ มาตรการของ ศปบย.ตร.นั้น มุ่งเน้นการจับกุมเครือข่ายขนาดกลางและขนาดใหญ่ เพื่อกำจัดสต๊อกบุหรี่ไฟฟ้า เป็นการทำลาย Supply ตัดวงจรการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งจะนำมาตรการตามกฎหมายฟอกเงินมาดำเนินการกับผู้ต้องหาทุกราย
หากพี่น้องประชาชน พบเห็นการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า หรือพบสถานที่น่าสงสัยว่าจะมีการซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้า สามารถแจ้งเบาะแสมายัง ศปบย.ตร. ผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Police Care หรือผ่านสายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง








