เกิดเหตุยิงกันหน้าที่พักซอยรามคำแหง 64/2 หลังกลุ่มเพื่อนเก่ามีปัญหาบาดหมาง ก่อนเปิดฉากยิงกันเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 1 ราย ตำรวจเผยปมเกี่ยวข้องยาเสพติด พบผู้ต้องหามีประวัติคดีเดิม พร้อมออกหมายจับและเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.69 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผบช.น.พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐาน การต่อสู้ด้วยอาวุธปืนเพื่อดำเนินคดีกับทั้งสองฝ่าย
หลังจากประชุมชุดสืบนครบาลและ สน. หัวหมาก ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.พัลลภ กล่าวว่า สาเหตุมาจากการทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อนโดยผู้ต้องสงสัยและผู้ได้รับบาดเจ็บผู้เสียชีวิตมีประวัติเกี่ยวกับยาเสพติด มีการถูกจับกุมกันมาก่อน แล้วก็ไปรู้จักกันในเรือนจำ เมื่อออกมาก็เป็นเพื่อนกัน และมีเรื่องบาดหมางกัน จนกระทั่งวันที่เกิดเหตุมาเจอกันทะเลาะวิวาท และกันชกต่อยกัน / จากนั้นต่างฝ่ายก็พาพวกมาทำร้ายและใช้อาวุธปืนยิงกันจนมีผู้เสียชีวิต
พล.ต.ต.โชติวัฒน์ กล่าวว่า สาเหตุเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด ส่วนเรื่องชู้สาวหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และหลังเกิดเหตุตำรวจได้ไปค้นห้องของนายรีน พบลูกระเบิดแบบขว้าง M67 มองว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้ง 2 ฝั่งนั้นมีการวิวาทมาก่อน และให้สั่งของนายอาม ไปตามพวกมา แต่เมื่อพวกมาถึง ฝั่งของนายราม ก็เปิดฉากยิงฝั่งนึงก็ไม่ได้เตรียมตัว ทำให้มีคนเจ็บ 2 คน ตาย 1 คน ซึ่งตอนนี้เรารู้ตัวแล้วได้สั่งให้มีการเฝ้าแล้วซึ่งวันนี้จะออกจากหมายจับ ซึ่งคดีนี้จะแยกออกเป็น 2 สำนวน คดี คือคดีฆ่าและพยายามฆ่า ซึ่งตอนนี้ขอตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วก็กล้องวงจรปิดก่อน
ล่าสุด ตำรวจ สน.หัวหมาก จับกุมต นายประวิทย์ อายุ 37 ปี และนายชลธี อายุ 28 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มของนายอาร์ต ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุยิงกันบริเวณย่านรามคำแหง โดยสามารถตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก ซึ่งนายชลธี รับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงนายรามจนได้รับบาดเจ็บ ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองเข้าสอบปากคำ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุ แต่ผู้ต้องหาทั้งสองไม่ได้ตอบคำถามแต่อย่างใด และเดินเข้าห้องสอบสวนทันที ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเข้มงวด
พล.ต.ท. สยาม ผบช.น. ได้เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองด้วยตนเอง ร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก หลังจากนั้นเปิดเผยว่าเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ในวันเกิดเหตุ นายอาร์ม ได้ชักชวนบังฟู ผู้เสียชีวิต ไปพูดคุย ด้วยความเป็นห่วง ตนและพวกเพื่อนๆ อีกประมาณ 5 คนจึงได้ขับรถตามไป เมื่อไปถึงบริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ ฝั่งของนายรามได้เปิดฉากใช้อาวุธปืนยิงก่อน ทำให้ตนตัดสินใจใช้อาวุธปืนลูกซองที่พกติดตัวยิงตอบโต้กลับ จนเกิดเหตุชุลมุนดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าทีาตำรวจได้ออกหมายจับผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่ายนายรามนายรินในข้อหาครอบครองอาวุธสงคราม ลูกระเบิด M 67 แต่จะร่วมกันหรือไม่ต้องดูที่พยานหลักฐานเพราะพยานในที่เกิดเหตุอ้างว่านายรินเป็นคนยื่นปืนให้นายราม โดยจะแยกเป็นข้อหาฆ่าผู้อื่นข้อหา พยายามฆ่า และข้อหาตาม พรบ.ครอบครองอาวุธปืน








