วันที่ 2ก.ค.69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ สืบเนื่องจากปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลพบุรี และจังหวัดนนทบุรี ในห้วงปี 2567 ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรณี การปราบปรามเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เข้าถึงบัญชีธนาคารของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ผ่านแอปพลิเคชันโมบายแบงก์กิ้ง และ/หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง เพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิดในลักษณะโฆษณา ชักชวน หรือเผยแพร่ให้ประชาชนเข้าเล่นการพนันออนไลน์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเครือข่ายพนันออนไลน์ “แม่มนต์” มีเงินทุนหมุนเวียนกว่า 5,000 ล้านบาท
จากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 38 ราย ในความผิดฐานร่วมกันเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะโดยมิชอบ ความผิดฐานร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนัน หรือทำอุบาย ล่อ ช่วยประกาศ โฆษณา หรือชักชวนให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นที่มิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน พร้อมทั้งยึดและอายัดทรัพย์สินจำนวนมาก ได้แก่ เครื่องประดับ ทองคำ อัญมณี สินค้าแบรนด์เนม พระเครื่อง รถยนต์ 14 คัน รถบ้าน 1 คัน รถจักรยานยนต์ 4 คัน เงินสด และทรัพย์สินอื่น ๆ รวมมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ต่อมา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนแล้วเสร็จ สรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 38 ราย และเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งมอบทรัพย์สินที่ยึดและอายัดได้ทั้งหมดกว่า 500 ล้านบาท ให้แก่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. ได้มีคำสั่งยึดอายัดทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ปปง. ได้ทำสำนวนเสนอพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อขอให้ทรัพย์สินทั้งหมดตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย
ภายหลัง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ขยายผลการดำเนินคดีกับเครือข่ายเจ้าของบัญชีธนาคารที่ถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเพิ่มเติมจากการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ สามารถรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงผู้ต้องหาเพิ่มเติมได้อีก 11 ราย ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเครือข่ายพนันออนไลน์ดังกล่าว และพบว่ามีเงินหมุนเวียนในกลุ่ม รวมกว่า 700 ล้านบาท จึงได้สรุปสำนวนและมีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย ในความผิดฐานร่วมกันเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะฯ ร่วมกันจัดให้มีการเล่นหรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทาง
ตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันฯ ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบฯ
ล่าสุดวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนฯ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นำตัวผู้ต้องหา จำนวน 7 ราย พร้อมสำนวนการสอบสวน จำนวน 4 แฟ้ม รวม 1,326 แผ่น ส่งมอบให้อัยการคดีพิเศษ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย อยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป








