หนุ่มวัย 35 ปี ก่อเหตุใช้ขวานไล่ทำร้ายชาวบ้านที่กำลังรับจ้างดำนา หลังอ้างได้ยินเสียงซุบซิบด่าบุพการีของตนเอง ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ขณะที่ชายวัย 70 ปี ฮึดสู้ยื้อแย่งขวานกลางทุ่งนาจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก ผู้ก่อเหตุยอมรับเสพยาบ้า 1 เม็ด แต่ยืนยันเชื่อว่าชาวบ้านด่าบุพการีจริง
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านบ้านจำปา หมู่ 7 ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมืองอุดรธานี ว่ามีชายคลุ้มคลั่งใช้ขวานไล่ทำร้ายชาวบ้านที่กำลังดำนาอยู่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้าน จึงประสานฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบผู้ก่อเหตุหลบหนีไปยังบ้านพัก ก่อนถูกควบคุมตัวได้ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายวัลลภ หรือ "โจ้" อายุ 35 ปี ชาวบ้านจำปา
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวัลลภให้การว่า มีอาการหูแว่ว ได้ยินเสียงชาวบ้านที่กำลังดำนาพูดจาด่าทอบุพการีของตน จึงเกิดความโกรธและถือขวานลงไปหวังเคลียร์ปัญหา พร้อมยอมรับว่าเมื่อวันก่อนเกิดเหตุได้เสพยาบ้า 1 เม็ด แต่เชื่อว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากยาเสพติด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นผลจากการเสพยาเสพติด จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน พร้อมตรวจสอบประวัติการรักษาและสภาพจิตใจประกอบสำนวนคดี
ภายหลังถูกควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองอุดรธานี นายวัลลภได้ยกมือไหว้ขอโทษผู้เสียหายต่อหน้าพนักงานสอบสวน แต่ผู้เสียหายยังยืนยันให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด
นายประดิษฐ์ อายุ 70 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ขณะกำลังดำนาร่วมกับชาวบ้านหลายคน จู่ ๆ นายโจ้ได้ถือขวานกระโดดลงมาจากคันนาแล้วฟันใส่ทันทีถึง 3 ครั้ง ตนจึงใช้แขนรับและพยายามยื้อแย่งขวาน กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่กลางโคลนในนา ก่อนชาวบ้านจะเข้ามาช่วยไว้ได้ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องบาดหมางกับผู้ก่อเหตุมาก่อน และต้องการให้ตำรวจแจ้งข้อหาพยายามฆ่า
ด้านนางทูนไกล อายุ 54 ปี หนึ่งในคนงานที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนงานประมาณ 10 คน กำลังดำนาอยู่ จู่ ๆ ผู้ก่อเหตุกระโดดลงมาจากคันนา พร้อมตะโกนเสียงดัง ก่อนถือขวานวิ่งไล่ทำร้าย ทำให้คนงานหญิงต่างวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ส่วนคุณตาประดิษฐ์ต่อสู้กับผู้ก่อเหตุจนกลิ้งไปกับโคลนในนา ก่อนชาวบ้านจะช่วยกันเข้าระงับเหตุ และแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม
ร.ต.อ.ธนวัฒน์ สรวงศิริ รองสารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุชาวบ้านกำลังรับจ้างดำนาอยู่ตามปกติ โดยไม่มีปัญหาหรือความขัดแย้งกับผู้ก่อเหตุมาก่อน เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุเกิดอาการหลอนจากการเสพยาเสพติด จึงเข้าใจผิดว่าถูกชาวบ้านด่าทอ
เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวัลลภส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานและผลตรวจอาการบาดเจ็บของผู้เสียหาย เพื่อพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ของคดี ทั้งนี้ ผลตรวจปัสสาวะเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งจะนำมาประกอบการดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป








