วันที่ 2 ก.ค.69 ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ พร้อมด้วย นายกรุณพล เทียนสุวรรณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีได้รับหนังสือเรียกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ให้เข้าชี้แจงที่มาของเงินจำนวน 28 ล้านบาท ในคดีหลอกลงทุน Forex โดยนายภาวุธระบุว่า ได้รับหนังสือจาก DSI ให้เข้าชี้แจงในวันนี้ (2 กรกฎาคม) แต่เนื่องจากติดภารกิจการประชุมสภาที่มีการโหวตลงมติกฎหมายสำคัญหลายฉบับ รวมถึงตนเองมีภารกิจประชุมกรรมาธิการและเป็นประธานอนุกรรมาธิการ จึงไม่สะดวกที่จะเดินทางไปในวันนี้
ขณะที่นายกรุณพลเสริมว่า ในช่วงเช้าและบ่ายวันนี้มีประชุมกรรมาธิการหลักและกรรมาธิการสามัญ รวมถึงวาระพิเศษในการโหวตกฎหมาย และในวันพรุ่งนี้มีนัดหารือกับรัฐมนตรีในหลายเรื่อง จึงได้ทำหนังสือชี้แจงไปยัง DSI เพื่อขอเลื่อนการเข้าให้ข้อมูลเป็นวันจันทร์ที่จะถึงนี้แทน เนื่องจากเป็นวันที่ไม่มีภารกิจในสภาและมีความพร้อมด้านข้อมูลและเอกสารหลักฐานทั้งหมด
สำหรับประเด็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตั้งข้อสังเกตว่า ที่มาของเงินที่อ้างว่ามาจากการเทรดทองนั้นอาจไม่สอดคล้องกับลักษณะของตัวเลขการโอนเงิน นายภาวุธกล่าวว่าประเด็นนี้จะอยู่ในสำนวนที่จะเข้าชี้แจงต่อ DSI ในวันจันทร์ โดยตนเองมีความตั้งใจที่จะชี้แจงข้อมูลกับ DSI โดยตรง และไม่มีความกังวลใจใดๆ เพราะทุกอย่างคือความจริงที่สามารถตอบได้ตามข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด
ส่วนกรณีที่มีการแชร์คลิปวิดีโอที่อาจถูกมองว่าเป็นการชักชวนลงทุนแชร์ลูกโซ่นั้น นายภาวุธชี้แจงว่าคลิปดังกล่าวเป็นวันที่ตนเองไปนั่งเรียนในหลักสูตรเกี่ยวกับการเทรด และมีการสัมภาษณ์ประสบการณ์ส่วนตัวเหมือนกับผู้เรียนคนอื่นๆ ไม่ได้มีเนื้อหาในลักษณะชี้ชวนหรือชักชวนให้คนอื่นมาร่วมลงทุนแต่อย่างใด
ด้านนายกรุณพลได้ให้ความเห็นในประเด็นความกังวลเรื่องเส้นทางการเงินที่อาจกระทบต่อพรรคประชาชน โดยระบุว่าหากเปรียบเทียบกับกรณีคดีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่โอนเงินบริจาคให้พรรคภูมิใจไทยซึ่งศาลชี้ว่าไม่มีมูลนั้น คดีดังกล่าวน่ากังวลกว่ามาก ซึ่งในส่วนนี้เป็นการบริจาคเงินหลักหมื่น และมองว่าหากพบเส้นทางการเงินที่ผิดกฎหมายก็ควรดำเนินคดีไปตามกระบวนการ แต่อยากเห็นมาตรฐานทางกฎหมายและความยุติธรรมในประเทศทำงานอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อบุคคลที่ยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาและยังไม่เป็นผู้ต้องหา
นายกรุณพลยืนยันว่าภายในพรรคไม่มีการกดดันให้ลาออกแต่อย่างใด ขณะที่นายภาวุธย้ำว่าตนเองยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องลาออก
นายกรุณพลมองว่ากระแสข่าวลือเรื่องการกดดันลาออกนั้นเป็นการคิดกันไปเอง และฝากถึง DSI ว่าควรตรึกตรองในการแถลงข่าวหรือเปิดเผยชื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยไม่ควรทำตามกระแสทางการเมืองหรือเพื่อกลบประเด็นใดๆ พร้อมยกตัวอย่างบทเรียนในอดีตที่อธิบดี DSI เคยถูกจำคุกจากการเปิดเผยชื่อบุคคลในลักษณะที่เสมือนเป็นผู้กระทำความผิด จึงอยากให้ข้าราชการในกระบวนการยุติธรรมยึดถือความยุติธรรมเป็นหลักมากกว่าการสร้างข่าว ส่วนประเด็นที่ว่าเรื่องนี้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือไม่ นายกรุณพลกล่าวว่าให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินและมองด้วยตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือการกลั่นแกล้งใช่หรือไม่








