วันที่ 21 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16–17 มีนาคม 2569 คณะผู้แทนประเทศไทยนำโดย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำโดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และคณะ ได้แก่ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ, พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม รองผู้บังคับการกองปราบปราม และ ว่าที่ พ.ต.ต.อุดมพร ทำสวน สารวัตรฝ่ายตำรวจสากลและประสานงานภูมิภาค 3 กองการต่างประเทศ ตลอดจนผู้แทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสำนักงานอัยการสูงสุด เข้าร่วมการประชุมระดับโลกว่าด้วยการฉ้อโกง (Global Fraud Summit 2026) ณ Vienna International Centre กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นโดย UNODC และ INTERPOL โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกว่า 1,300 คน จาก 50 ประเทศ เข้าร่วม เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์และเสริมสร้างความร่วมมือในการรับมือกับอาชญากรรมฉ้อโกงในระดับสากลอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางแนวโน้มการฉ้อโกงข้ามชาติที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้ประกาศคำมั่น (Pledge) ของประเทศไทยต่อประชาคมโลก เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ในการต่อต้านอาชญากรรมฉ้อโกงข้ามชาติ โดยเน้นการปราบปรามการฉ้อโกงทุกรูปแบบ โดยเฉพาะการหลอกลวงทางออนไลน์ การคุ้มครองและช่วยเหลือผู้เสียหาย และการดำเนินมาตรการของประเทศให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศ
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้มีบทบาทเชิงรุกทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ โดยเข้าร่วมกิจกรรมสำคัญในฐานะวิทยากร และเข้าร่วมการเสวนาหลายเวที ได้แก่ การประชุมระดับสูง (High-Level Round Table) ภายใต้ UNODC เพื่อร่วมกำหนดแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practices) การหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งกลไกตอบโต้การฉ้อโกงในระดับสากล (Global Fraud Response Mechanism) รวมทั้งการเข้าร่วมกิจกรรมคู่ขนาน ในหัวข้อเกี่ยวกับพัฒนาการของการฉ้อโกงออนไลน์ข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการนำเสนอโมเดลศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้เข้าร่วมการประชุมแบบเต็มคณะ (Plenary Session) เพื่อเสวนาในหัวข้อการเสริมสร้างศักยภาพการบังคับใช้กฎหมายของประเทศในการรับมือกับอาชญากรรมฉ้อโกง ร่วมกับผู้แทนจากสิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และ INTERPOL
นอกเหนือจากการมีบทบาทในเวทีพหุภาคี คณะผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังได้เข้าร่วมการหารือระดับสูงซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางในการจัดตั้งศูนย์ Anti-Scam Center และยกระดับความร่วมมือในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งได้ร่วมคณะผู้แทนไทยหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงยุติธรรมสวีเดน ย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อต้านการฉ้อโกง ซึ่งทางสวีเดนขอบคุณไทยสำหรับความร่วมมือในการปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและการฟอกเงิน และได้ประชุมทวิภาคีกับ INTERPOL เพื่อพัฒนากลไกระงับธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศและการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง รวมถึงการประชุมกับตำรวจสากลเวียดนาม (NCB Hanoi) เพื่อวางกรอบความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลและการติดตามผู้ต้องหา
นอกจากนี้ คณะผู้แทนไทยยังได้เข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบ International Investigative Cooperation (IICA) ซึ่งมีสาธารณรัฐเกาหลีเป็นเจ้าภาพ โดยได้นำเสนอแนวทางการปราบปรามการฉ้อโกงออนไลน์และเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
การเข้าร่วมการประชุม Global Fraud Summit 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกและความมุ่งมั่นของประเทศไทย โดยกระทรวงการต่างประเทศและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างประเทศ และยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมฉ้อโกงข้ามชาติอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน








