อาชญากรรม

"สตช."ถกร่วม "สมาคมค้าทอง" ยกระดับความปลอดภัย ใช้ AI คุมเข้มป้องกันชิงทอง

แชร์ข่าว



วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  มอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสมาคมค้าทองคำและผู้ประกอบการค้าทองคำขนาดใหญ่ เพื่อร่วมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์ร้านทอง และเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานประกอบการโดยมี นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ, พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., ผู้แทนตำรวจหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศ, ผู้แทนผู้ประกอบการทองคำ และผู้แทนห้างสรรพสินค้า ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และระบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ก่อเหตุ พบว่าส่วนใหญ่คนร้ายมักมีการดูลาดเลาก่อนลงมือ โดยเลือกร้านค้าที่ขาดมาตรการป้องกันที่รัดกุม อาทิ ร้านที่ไม่มีเหล็กดัดหรือประตูนิรภัย มีทองคำวางขายเป็นจำนวนมาก ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พนักงานให้บริการเป็นผู้หญิง ไม่มีระบบสัญญาณเตือนภัย รวมถึงสถานประกอบการหรือห้างสรรพสินค้าที่ไม่มีมาตรการบังคับให้พนักงานรับส่งอาหาร (Rider) ถอดหมวกนิรภัยก่อนเข้าพื้นที่

สำหรับพฤติการณ์ในการก่อเหตุ พบว่าคนร้ายมักลงมือเพียงลำพัง ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีและหลบหนีในทันที ช่วงเวลาที่เกิดเหตุบ่อยครั้งคือเวลากลางวันถึงช่วงเย็น (12.00 - 16.00 น.) หรือช่วงเวลาใกล้ปิดทำการ ผู้ก่อเหตุมักแต่งกายมิดชิดเพื่อปกปิดใบหน้า ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการหลบหนี และมักใช้อาวุธปืนในการข่มขู่ หรือใช้ของแข็งทุบทำลายกระจกตู้แสดงสินค้า โดยมีพฤติการณ์ทำทีเป็นลูกค้าเพื่อรอจังหวะฉวยโอกาสชิงทอง ทั้งนี้ ร้านทองที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าถือเป็นเป้าหมายหลัก เนื่องจากผู้ก่อเหตุสามารถแฝงตัวปะปนกับประชาชนได้ง่าย และร้านมักตั้งอยู่บริเวณใกล้ประตูทางออกหรือลานจอดรถ

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า ปัญหาของการชิงทรัพย์ร้านทอง พบว่ายังมีสถานประกอบการร้านทองประมาณ 10% ที่ยังขาดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ร่วมกับสมาคมร้านทอง เร่งกำหนดมาตรการเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้ร้านทองตกเป็นเป้าหมายของคนร้าย โดยที่ประชุมได้มีการหารือในเรื่องการนำระบบ Iboc ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเชื่อมกล้องในบริเวณห้างและร้านทอง โดยระบบจะมีการเตือนมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจถ้ามีเหตุเกิดขึ้น และช่วยเหลือในการติดตามคนร้าย รวมทั้งการนำเอาเรื่องการรับประกันภัยของร้านทองมาใช้ เพื่อผลักดันให้ร้านทองมีมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำที่กำหนดไว้ทุกร้าน

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การชิงทรัพย์ร้านทองอาจจะนำไปสู่การสูญเสียชีวิตหรือบาดเจ็บของพนักงานร้านทอง รวมทั้งประชาชนที่มาใช้บริการในร้านหรือพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งมากกว่าครึ่ง คนร้ายจะใช้อาวุธปืนในการก่อเหตุ การวางมาตรการป้องกันที่ดี จะทำให้ลดโอกาสการเกิดความรุนแรงในสังคม ซึ่งร้านทองเป็นจุดเปราะบางที่มีทรัพย์สินราคาสูง ต้องให้ผู้ประกอบการร่วมมือร่วมใจกันในการดูแลทรัพย์สินของตนเองให้ปลอดภัย ตัดช่องว่างโอกาสต่าง ๆ ที่จะทำให้เกิดการประทุษร้ายต่อทรัพย์ได้

ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันในการยกระดับการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยร้านทอง เพื่อลดโอกาสคนร้ายก่อเหตุและหลบหนี ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการป้องกัน อาทิ กล้องวงจรปิด (CCTV) ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ IBOC ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การติดสัญญาณแจ้งเหตุ, การติดตั้งกระจกนิรภัย เป็นต้น โดยจะมีการประชุมหารือร่วมอีกครั้ง เพื่อวางมาตรการที่ได้ผลร่วมกันต่อไป