กำนัน ผู้ใหญ่บ้านบุรีรัมย์ไม่พอใจหนัก หลัง สส.พรรคประชาชนอภิปรายพาดพิงเหมารวมโยงปัญหายาเสพติด แม้พรรคออกแถลงขอโทษแล้ว แต่ชาวบ้านยังมองว่าไม่เหมาะสม พร้อมย้ำบทบาทผู้นำท้องถิ่นทำงานปราบยาเสพติดต่อเนื่อง
จากกรณีพรรคประชาชน ออกแถลงการณ์ กรณีนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏเนื้อหาบางส่วนที่มีการกล่าวพาดพิงในลักษณะเหมารวมถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด
คำแถลงการณ์ของพรรคประชาชน ได้กล่าวข้อห่วงใย ความไม่สบายใจ และเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม รวมถึงเครือข่ายกำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ พรรคประชาชนขอยืนยันจุดยืนในการให้ความสำคัญและเคารพการทำหน้าที่ของผู้แทนของประชาชนในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น
พรรคประชาชน ยืนยันว่า การใช้คำพูดในลักษณะเหมารวมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้งประเทศว่าเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย เป็นการกระทำที่ผิดต่อแนวทางและคุณค่าของพรรค แม้เจตนารมณ์ของการอภิปรายจะมีความตั้งใจที่จะชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงปัญหา ที่อาจมีผู้มีอำนาจหรือผู้มีตำแหน่งทางการเมืองบางกลุ่มเข้าไปพัวพันกับขบวนการเหล่านี้ ฯตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดวันที่ 4 พ.ค.69 กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ โดยเฉพาะกลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านในเขตเลือกตั้งของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ทั้ง 6 อำเภอประกอบด้วย อำเภอหนองหงส์,ลำปลายมาศ,คูเมือง ,พุทไธสง,นาโพธ์ และอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่โมเดลการปราบปรามยาเสพติดแบบบูรณาการ ซึ่งได้ทำมานานกว่า 2 ปีจนเป็นที่ประจักถึงขั้นพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้ 6 อำเภอนี้เป็นแนวทางการปฏิบัติหลังจากนี้ทั่วประเทศ
นายนาย สมชัย คะเรรัมย์ อายุ 58 ปี กำนันตำบลถลุงเหล็ก อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นจิตวิญญาณของผู้นำท้องถิ่นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านมีหน้าที่สอดส่องดูแลปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงที่พรรคภูมิใจไทย ได้มาจัดตั้งรัฐบาลซึ่งมีนโยบายยาเสพติดอยู่ในนั้นด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้กำชับมาแล้ว แต่การอภิปลายของ สส.พรรคประชาชน ถือว่าเป็นการดูถูก ดูหมิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นอย่างมาก ถึงแม้พรรคประชาชนจะออกแถลงการณ์หรือขอโทษแล้วก็ตาม แต่ใจลึกๆ ส่วนตัว สส.ท่านนี้ไม่ควรจะเป็น สส.อีกต่อไป








