วันที่ 27 ก.พ.69 ที่บช.สอท.ภายใต้การอำนวยการของ บช.สอท. พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท.,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ ,พล.ต.ต.นิเวศน์ อาภาวศิน,พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ ,พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ ,พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. แถลงข่าวกรณี “ตำรวจไซเบอร์ทลายเครือข่ายค้า “ซิมม้า” ตัดวงจรสแกมเมอร์”พล.ต.ท.สุรพล กล่าวว่าได้สั่งการให้ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3 โดย พล.ต.ต.คมกฤช สุขไทย ผบก.สอท.3 , พ.ต.อ.คัมภีร์ พรหมสนธิ,พ.ต.อ.ชัยพันธุ์ ทัพวงษ์ ,พ.ต.อ.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ ,พ.ต.อ.พิเชียรยศ อรุณพันธกุล ,พ.ต.อ.ณกฤช บุญศักดิ์ , พ.ต.อ.สรกฤช พันธ์ศรี รอง ผบก.สอท.3 และ พ.ต.อ.ลักษณ์ปกรณ์ ลูกรักษ์ ผกก.3 บก.สอท.3 ให้ดำเนินการเร่งรัดสืบสวนปราบปราม เพื่อจับกุม กรณีมีการลักลอบจำหน่ายซิมโทรศัพท์ผิดกฎหมาย (ซิมม้า) เพื่อนำไปใช้ในการหลอกลวงประชาชน , การพนันออนไลน์ และใช้ในการกระทำผิดอื่น ซึ่งเป็นการตัดวงจรอาญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นการป้องกันอาชญากรรม
ก่อนเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ นำโดย พ.ต.ท.เจษฎา แปงการิยา รอง ผกก.3 บก.สอท.3 พร้อมชุดสืบสวน ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่น ที่ 1366/2568 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2568 ในข้อหา "เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบัคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้" สืบทราบว่าบุคคลตามหมายจับดังกล่าวได้มาพักอาศัยอยู่ที่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.เหนือเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งจากการสืบสวนขยายผลทางโซเชียลมีเดีย พบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายซิมโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนแล้ว ผ่านแอปพลิเคชันเฟซบุ๊ก จึงได้เฝ้าติดตามเรื่อยมา โดยให้สายลับแฝงตัวเข้าไปทำการล่อซื้อซิมโทรศัพท์ จนทราบว่าผู้ต้องหาตามหมายจับมีความเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายซิมม้าจริง
ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ก.พ.69 เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าที่ตำรวจได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าว ตามหมายค้นของศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ 54/2569 ลง 26 ก.พ.2569 พบนายเอ (นามสมมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับแสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน จึงได้แสดงหมายจับและตรวจค้นบ้าน ผลการตรวจค้นพบของกลางซิมโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนพร้อมใช้งานอีก จำนวน 226 ซิม จึงได้ตรวจยึดไว้ตรวจสอบขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการนำซิมโทรศัพท์ไปใช้ในการกระทำความผิดเครือข่ายสแกมเมอร์ และแจ้งข้อกล่าวหาแก่ ว่ากระทำความผิดฐาน "เป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อหรือขายเลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบัคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้"
นำตัว ส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.3 (ขอนแก่น) เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สอบถามผู้ต้องหารับสารภาพว่าตนเป็นผู้ลงทะเบียนซิมจำนวน 226 ซิม ตามของกลางที่ตรวจพบจริง และนำมาจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไป ในราคาซิมละ 100 บาท ทำมาตั้งแต่ปลายปี 2568 จนมาถูกจับกุมดังกล่าว








