สำนักงานอัยการสูงสุดเดินหน้า “โครงการ DELTA” ตั้งศูนย์ CCTC บูรณาการตำรวจ ธปท. และธนาคารไทย ยกระดับการสกัดอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์ ตั้งแต่รับแจ้งเหตุ วิเคราะห์เส้นทางเงิน จนถึงดำเนินคดี หวังเพิ่มประสิทธิภาพคุ้มครองผู้เสียหาย
วันที่ 18 ก.พ.69 ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด นางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานพนักงานอัยการในการดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (Coordination Center for Technology Crimes - ศูนย์ CCTC) สำนักงานอัยการสูงสุด นำพนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานฯ เข้าศึกษาดูงานศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ณ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
พร้อมกันนี้ นางจตุพร รองอัยการสูงสุด และคณะทำงานฯ ศูนย์ CCTC ได้ร่วมหารือกับ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ปฏิบัติราชการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายบัญชา มนูญกุลชัย ที่ปรึกษารองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้แทนสมาคมธนาคารไทย เกี่ยวกับการขับเคลื่อน “โครงการ DELTA” เพื่อมุ่งยกระดับกลไกการทำงานแบบบูรณาการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์อย่างเป็นระบบ ครบวงจร และทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
โดยที่ประชุมเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการกำหนดกระบวนการทำงานแบบ End-to-End ตั้งแต่การรับแจ้งเหตุ การรวบรวมพยานหลักฐานดิจิทัล การวิเคราะห์เส้นทางการเงิน การประสานงานระหว่างพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ตลอดจนการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างมาตรฐานการทำงานร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการอายัดและติดตามทรัพย์สินของผู้เสียหายในส่วนของพยานหลักฐานดิจิทัล (Digital Evidence)
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้หารือแนวทางกำหนดนิยามและมาตรฐานขั้นต่ำที่ชัดเจน อาทิ ข้อมูลการเปิดบัญชี การทำธุรกรรมและบันทึกกิจกรรมทางบัญชี (Account Activity Log) เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจตรงกัน และสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องตามหลักกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญจากการประชุมหารือในครั้งนี้คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีภายใต้ “โครงการ DELTA” โดยเฉพาะมาตรฐานการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร (Digital Signature) และระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างหน่วยงาน เพื่อรองรับการส่งต่อข้อมูลอย่างปลอดภัย รวดเร็ว และตรวจสอบย้อนกลับได้ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ที่เป็นสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย ได้แสดงความพร้อมในการสนับสนุนข้อมูลและเทคโนโลยี เพื่อให้การประสานงานกับพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการประชุมติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมผลักดันการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือที่ชัดเจน โปร่งใส และยั่งยืน
ทั้งนี้ “โครงการ DELTA” ถือเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมไทย ผ่านความร่วมมือเชิงรุกของสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ธนาคารแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย โดยมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และยกระดับศักยภาพของประเทศในการรับมือกับอาชญากรรมฉ้อโกงออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม








