ถึงเวลาชำระความ! รองนายกฯ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” สั่งรุกหนักคดีเครนรถไฟความเร็วสูงถล่มสีคิ้ว จี้อัยการเลิกสัญญาทางปกครอง ชี้ความปลอดภัยสาธารณะต้องมาก่อนกฎหมายแพ่ง พร้อมชวนผู้เสียหาย-ญาติชาวต่างชาติ 5 ศพ เป็นโจทก์ร่วมฟ้องเรียกค่าเสียหาย ย้ำชัดรัฐบาลไม่กลัวโดนฟ้องกลับ ท้าพิสูจน์กันด้วยหลักฐานว่า “ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง” หรือไม่
วันที่ 20 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มใส่รถไฟที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ว่า จะมีการประสานงาน ให้ค่าเสียหายและชดเชยจากเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีชาวต่างชาติ 5 ราย โดยรัฐบาลกำลังจะหารือ โดยจะขอให้ทางอัยการสูงสุด พิจารณาเกี่ยวกับการบอกเลิกสัญญา และอาจจะให้อัยการสูงสุดฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งหากผู้ที่ได้รับความเสียหายจะเข้ามาเป็นโจทย์ร่วม รัฐบาลจะอาจจะให้การสนับสนุน เพราะเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งในเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสัญญาทางปกครองแบบนี้ไม่เหมือนสัญญาทางแพ่ง ต้องดูประโยชน์สาธารณะ ความปลอดภัยสาธารณะประกอบด้วย ฉะนั้นรัฐบาลจะไม่อยู่เฉย
เมื่อถามว่าการบอกเลิกสัญญาจะไม่ทำให้รัฐบาลเสียค่าโง่ใช่หรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องให้อัยการสูงสุดดูข้อกฎหมาย พร้อมย้ำว่าสัญญาทางปกครองไม่ใช่สัญญาทางแพ่ง จึงต้องดูประโยชน์สาธารณะและความปลอดภัยสาธารณะ ประกอบด้วย จะใช้กฎหมายแพ่ง 100% ไม่ได้ ซึ่งเป็นหลักทั่วไปที่ศาลปกครองยึด ซึ่งต้องให้ทางอัยการสูงสุดหาแนวทางในการบอกเลิกสัญญาให้ได้ และฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ยุตติ ส่วนเรื่องการแก้กฎกระทรวงต้องดำเนินการต่อไป พร้อมขอความร่วมมือสภาวิศวกรรม ให้ดูแลเรื่องวิศวกร ที่ดูแลเรื่องโครงสร้าง ส่วนกรอบระยะเวลาตอบไม่ได้ ต้องถามอัยการสูงสุด
เมื่อถามว่าส่วนบริษัทเอกชนสามารถฟ้องกลับได้หรือไม่นั้น นายบวรศักดิ์ ระบุว่าไม่ได้มีข้อห้ามที่จะฟ้องกลับหรือไม่ ก็ฟ้องแย้งกลับมาสิ โดยสู้กันตามหลักฐาน ว่ามีการละเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเช่นนี้ พร้อมย้ำไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก








