ดนตรี / ทิวา สาระจูฑะ
สองสามปีมานี้ การพูดถึง เอไอ (AI - Artificial Intelligence) มีกันมากขึ้น เช่นเดียวกับการเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน, อาชีพการงาน, การค้าขาย, การแทนมนุษย์ในอุตสาหกรรม ฯลฯ มากขึ้นทุกที จนถึงขั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ เกือบทุกอย่างที่เราซื้อหามาใช้ ต้องผ่านการทำงานของเอไอไม่ตอนใดก็ตอนหนึ่ง
ความจริง เอไอ หรือที่มีการบัญญัติศัพท์เรียกว่า ‘ปัญญาประดิษฐ์’ มีมานานมากแล้ว เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ให้มีความสามารถทั้งเลียนแบบสติปัญญาและความคิดของคน เช่น การเรียนรู้, การแก้ปัญหา, การตัดสินใจ และความเข้าใจภาษาในการสื่อสาร โดยเก็บข้อมูลจำนวนมหาศาลร่วมกับอัลกอริทึมที่ซับซ้อน ทำให้ระบบสามารถทำงานซับซ้อนได้อย่างอัตโนมัติและแม่นยำ ที่สำคัญ มีประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดเวลามากขึ้น โดยสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงอย่างที่ร่างกายมนุษย์ทำไม่ได้
ตอนนี้มีเอไอยุคใหม่ที่เรียกว่า Generative AI สามารถสร้างผลงานด้านศิลปะใหม่ๆ ขึ้นมาได้ เช่น การเขียนบทความ เรื่องสั้น และกระทั่งนิยาย, การสร้างหรือซ่อมแซมรูปภาพ, การผลิตวิดีโอ ฯลฯ แน่นอนต้องรวมถึงการสร้างงานดนตรี
การสร้างงานดนตรีด้วยเอไอ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ‘เจนเอไอ’ แรกๆ ยังไม่ละเอียดมากนัก ฟังดูขำๆ กันไป แต่ตอนหลังชักไม่น่าขำแล้ว เมื่อคอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้รูปแบบต่างๆ จากข้อมูล และพัฒนาตัวเองได้โดยไม่ต้องเขียนคำสั่งทุกขั้นตอน มีความฉลาดเชิงลึกที่เลียนแบบโครงข่ายประสาทของมนุษย์ในการประมวลผลข้อมูลที่ซับซ้อน ซึ่งก็เป็นการสะสมจากข้อมูลที่คนเราป้อนเข้าไปเพิ่มทุกวัน
ยุคสมัยหนึ่งเรามีเครื่องเล่นประเภทคีย์บอร์ดที่สามารถเลียนเสียงเครื่องดนตรีชนิดต่างๆ จากไม่เหมือนสักเท่าไหร่จนให้เสียงใกล้เคียงอย่างมาก ต่อมาก็มีการใช้โปรแกรมแซมปลิง (Sampling) ที่มาจากการเก็บต้นฉบับเสียงจริง อย่างเช่น การมีเสียงกลุ่มเครื่องเป่าหรือวงออร์เคสตรานับสิบนับร้อยแบบ
แล้วก็มาถึงเอไอที่ใช้ทำเพลง เริ่มจากง่ายๆ ที่เป็นของตัวอย่างให้ใช้ฟรี โดยคนเป็นผู้ป้อนคำสั่ง หรือที่เรียกว่า ‘พรอมต์’ (Prompt) ว่า ต้องการเพลงสไตล์ไหน เนื้อหาเป็นอย่างไร เอไอก็จะจัดการทำออกมาให้ ซึ่งประกอบมาสำเร็จรูปทั้งจังหวะ ทำนอง และเสียงร้อง แม้คนที่ไม่มีความสามารถทางดนตรีก็ทำได้ แต่ก็เป็นลิขสิทธิ์ร่วมกันของแอปพลิเคชันเอไอและคนที่ป้อนคำสั่ง
ประโยชน์ของเอไอชั้นนี้เหมือนการทำเดโมสมัยก่อนจะลงมือบันทึกเสียงจริง ทดแทนการเล่นด้วยคน จากนั้นค่อยเอามาตกแต่งปรับปรุง แต่แอปพลิเคชันเอไอขั้นสูงที่ต้องจ่ายเงินซื้อ ลิขสิทธิ์จะเป็นของผู้ที่ป้อนคำสั่ง ซึ่งระดับนี้จะมีการป้อนคำสั่งอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่บอกว่าจะเอาเพลงแบบไหน แต่จะมีการเรียบเรียง, กำหนดความเร็วช้าของจังหวะ, เสียงเครื่องดนตรีที่ต้องการ จนกระทั่งเสียงร้องหลากหลายรูปแบบ
ตอนนี้เอไอที่พัฒนาขั้นสูงทำได้หมด และแทบแยกไม่ออกจากฝีมือคนจริงๆ หรือพูดให้ถูกต้องกว่านั้นคือ แยกไม่ออกถ้าไม่ใช่คนฟังระดับหูทิพย์จริงๆ และข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกประมวลเข้าไปสมทบกับข้อมูลเดิมที่มีอยู่แล้วอย่างมหาศาล ทำให้ขีดความสามารถของเอไอพุ่งทะยานขึ้นไปอีก
หากใครเข้าไปในช่องยูทูบ จะพบว่ามีเพลงที่ทำจากเอไอมากมาย ถึงขั้นที่เสียงร้องมีการแอดลิบ (Ad-lib) ได้อารมณ์ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดในดนตรีแนวบลูส์หรือโซล มีกระทั่งแนวโปรเกรสซีฟร็อกที่มีมูฟเมนต์และการเปลี่ยนจังหวะอย่างซับซ้อนในเพลง และมีการพัฒนาด้านซาวด์ไปสู่ระดับอาชีพ
ทุกวันนี้ การทำเพลงด้วยเอไอไม่ใช่เพียงอัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อไปโชว์ฝีมือเท่านั้น แต่เป็นการทำเพื่อสตรีมมิงขายผลงานอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั่งต้องมีการจัดอันดับเพลงที่ทำจากเอไอขึ้นมา
เอไอเป็นการดิสรัปต์ (Disrupt) อย่างหนึ่ง เมื่อคนเพียงคนเดียวสามารถทำดนตรีได้อย่างประณีต แก้ไขได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าฟัง กระบวนการห้องบันทึกเสียงก็ลดความสำคัญลง เช่นเดียวกับการใช้บริการนักร้อง/นักดนตรีบันทึกเสียงน้อยลง หรือไม่ใช้เลย ซึ่งวิถีการฟังเพลงยุคใหม่ คนฟังส่วนใหญ่ก็ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนเล่น ใครเป็นคนร้อง ที่มาของเพลงเป็นอย่างไร ขอให้เพลงติดหูและโดนใจเท่านั้นเป็นพอ
ธุรกิจดนตรีที่ประกอบด้วยการสร้างสรรค์ในแง่ศิลปะและการพาณิชย์กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเอไอพัฒนาไปจนถึงขั้นคิดและแก้ไขปัญหาได้ในตัวเอง คนจำนวนไม่น้อยยังมองโลกในแง่ดีว่า อย่างน้อยที่สุด การแสดงสดก็ยังต้องใช้ฝีมือของนักดนตรี/นักร้องจริงๆ
แต่ใครจะรู้ได้ว่า อนาคตอันใกล้อาจจะมีคอนเสิร์ตที่เล่นด้วยโรบอตจากเพลงฮิตที่ทำโดยเอไอ และควบคุมโดยคนไม่กี่คน
#เอไออันตราย #AIดนตรี #GenerativeAI #อุตสาหกรรมเพลง #ดนตรี #เทคโนโลยี #Disruption #ศิลปิน #อนาคตงานสร้างสรรค์ #siamrathonline








