สพฉ. ปักหมุด 4-6 มีนาคมนี้ จัดงานประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 17 ชูระบบ AI-Driven และข้อเสนอเชิงนโยบาย ขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทย ภายใต้แนวคิด “EMS for All”
สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ(สพฉ.) ประกาศความพร้อมจัดงานประชุมวิชาการการแพทย์ฉุกเฉินระดับชาติ ครั้งที่ 17 ประจำปี 2569 อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 4-6 มีนาคม 2569 ณ โรงแรม แกรนด์ ริชมอนด์ จ.นนทบุรี ภายใต้แนวคิด “การวิจัยและนวัตกรรม ขับเคลื่อนการแพทย์ฉุกเฉินไทยเพื่อทุกชีวิต (National EMS Forum 2026: Research and Innovation Driving Thailand's EMS for all)” โดยได้รับเกียรติจากนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงานพร้อมมอบนโยบายสำคัญในการยกระดับกองทุนการแพทย์ฉุกเฉิน มุ่งเป้าใช้ “งานวิจัยและนวัตกรรม” เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมในการรอดชีวิตให้กับคนไทยทั่วประเทศอย่างยั่งยืน
ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เปิดเผยว่า หัวใจหลักของงานในปีนี้คือการรวบรวม "แม่เหล็ก" และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการมาร่วมขับเคลื่อนระบบการแพทย์ฉุกเฉินยุคดิจิทัล โดยมีการบูรณาการองค์ความรู้ร่วมกับหน่วยงานเชิงนโยบายและแหล่งทุนวิจัยชั้นนำ อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์,TCELS และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เพื่อเปิดตัวนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่าง ระบบ AI-Driven เปลี่ยนแปลงการดูแลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาลทั้งด้านการรับแจ้งเหตุและคัดกรอง การจัดการเส้นทางและทรัพยากรการแพทย์ฉุกเฉิน การบันทึกข้อมูล รวมไปถึงการสนับสนุนการตัดสินใจ และแพลตฟอร์ม NDEMS (National Digital EMS Platform) ที่จะเปลี่ยนรถบริการการแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นห้องฉุกเฉินเคลื่อนที่ด้วยระบบ Telemedicine พร้อมเวทีสร้างแรงบันาลใจจากคนดังอย่าง คุณปภัสรา เตชะไพบูลย์ และนายแพทย์เจตพัฒน์ (หมอเจต) เจ้าของเพจ "ห้องฉุกเฉินต้องรู้" ที่จะมาร่วมสะท้อนมุมมองการช่วยชีวิตผ่านงานวิจัยที่ใช้ "หัวใจ" นำทาง
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ สพฉ. มีการบรรยาย การเสวนา การอภิปราย การนำเสนองานวิจัยในรูปแบบ TEDx talk การจัด workshop การประกวดผลงานวิชาการประเภท การนำเสนอด้วยวาจา ประเภทโปสเตอร์งานวิจัย และประเภทนวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ รวมกว่า 150 ผลงาน อีกทั้ง ยังได้รับพลังความร่วมมือที่แข็งแกร่งจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ที่สนับสนุนวิทยากรการบรรยาย เสวนา อภิปราย การนำเสนอผลงานวิจัย การจัดนิทรรศการ การจัดการแข่งขัน อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม หน่วยงานจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้งหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ บริษัท อัพไรท์ ซิมมูเลชั่น จำกัด/บริษัท เอส เอ็ม ดี เจเนซิส จำกัด รวมทั้งหน่วยงานอื่นๆ ที่ได้ร่วมสนับสนุน ด้วยการจัดแสดงนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ภายในโซน Innovation Expo มากกว่า 20 บูธนิทรรศการ ได้แก่ บริษัท ฟาสต์เมด อินโนเวชั่น จำกัด, บริษัท เอ็มพี กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไวทัลไซน์ โซลูชั่น จำกัด, บริษัท เจี่ยรักษา จำกัด, World Med Trading, บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี อะคาเดมี จำกัด (สนญ.), บริษัท เมดิเทคเทรดดิ้ง จำกัด, บริษัท กิตติธัญ จำกัด, บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน), Avanti Health and Technology และบริษัท เมดิก ไลฟ์ จำกัด ซึ่งการรวมตัวของภาคีเครือข่ายภาคเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมการแพทย์ฉุกเฉินไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ “การแข่งขันปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล ด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงระดับชาติ ครั้งที่ 2 (The 2nd National Emergency Medical Simulation Contest)” ซึ่งเป็นการทดสอบทักษะการตัดสินใจภายใต้สภาวะวิกฤตเสมือนจริง เพื่อลับคมทักษะของทีมปฎิบัติการแพทย์ให้พร้อมรับมือภัยพิบัติที่ซับซ้อน รวมไปถึงไฮท์ไลน์สำคัญ เช่น การนำเสนอความก้าวหน้าด้านการแพทย์ฉุกเฉินทั้งทางน้ำ ทางบก และทางอากาศยาน การเจาะลึกข้อมูลการจัดการด้านการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ความไม่สงบพื้นที่ชายแดนกัมพูชา และในสถานการณ์อุทกภัยใหญ่ ที่ประเทศได้เผชิญมา จากผู้ที่รู้ลึกและทำจริงในหน้างานของสถานการณ์นั้นๆ
โดยผลสรุปจากการระดมสมองตลอด 3 วัน จะถูกจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญ สำหรับเผยแพร่และเสนอต่อภาคี เครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมาร่วมกันทำเป็น “แผนแม่บท” ในการสร้างหลักประกันความปลอดภัยของประชาชนในภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้นระดับชาติสืบไป
สพฉ. ขอเชิญชวนบุคลากรด้านการแพทย์ฉุกเฉิน ภาคีเครือข่าย ผู้บริหาร แพทย์ พยาบาล นักปฏิบัติการฉุกเฉินการแพทย์ ผู้ช่วยวิชาชีพด้านการแพทย์ฉุกเฉิน นักวิจัย นักวิชาการ และนักศึกษาจากทั่วประเทศ รวมทั้งผู้รับชมผ่านระบบออนไลน์ Facebook Live ในงานทุกท่าน มาร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้ “ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยปลอดภัยจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เป็นมาตรฐานในระดับสากลที่ประชาชนเชื่อมั่น และมีการจัดระบบบริการอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง เท่าเทียม สังคม ประชาชน และเครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง นำสู่การแพทย์ฉุกเฉินเพื่อทุกชีวิต หรือ EMS for All”
โดยสามารถติดตามรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.niems.go.th หรือ Facebook Fanpage สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ และ LINE Accuont EMS FORUM2026








