มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส เข้าร่วมโครงการสัมมนาวิชาการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเครือข่ายนักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง (เครือข่าย นบม.) ที่จัดขึ้นในช่วง 19-21 กุมภาพันธ์ 2569 โดยในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00-18.00 น. ได้จัดกิจกรรมบริการสุขภาพ “Wellness: หลักชะลอวัยด้วยการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมด้วยการแพทย์แผนไทยพรีเมียมและสมุนไพรไทย” เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้บริหารที่เข้าร่วมการสัมมนา นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ภก.สุรพจน์ วงศ์ใหญ่ คณบดี, ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา รองคณบดีและผู้อำนวยการ ดี ซักเซส คลินิกแพทย์แผนไทย ตลอดจนทีมแพทย์แผนไทยเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ณ ห้องกมลฤดี โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ
สำหรับการจัดสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมทบวงมหาวิทยาลัย และเครือข่ายนักบริหารมหาวิทยาลัยสายวิชาการระดับสูง ภายใต้หัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาระบบการบริหารเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาและสถาบันอุดมศึกษาของไทย” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกันของผู้บริหารระดับสูง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ ตลอดจนร่วมกันกำหนดแนวทางการพัฒนาระบบบริหารจัดการอุดมศึกษาไทยให้มีความยั่งยืน มีประสิทธิภาพ และสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างเหมาะสมโดยมีผู้เข้าสัมมนา 250 คน จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ
ดร.พท.คณิศร์ณิชา ชาญภา รองคณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และผู้อำนวยการ ดี ซักเซส คลินิกแพทย์แผนไทย กล่าวว่า แนวคิดการชะลอวัยในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการคงความอ่อนเยาว์ทางรูปลักษณ์ แต่ครอบคลุมถึงการลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) และการเสริมสร้างสมรรถภาพการทำงานของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ของร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ
“การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมตามแนวคิดเวลเนส เป็นการส่งเสริมสุขภาพเชิงรุกทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งสารพิษสะสมและภาวะขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง มะเร็ง นอนไม่หลับ เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และภาวะเครียดสะสม การผสานองค์ความรู้การแพทย์แผนไทยเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และมีการประเมินด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพอย่างเป็นระบบ จะช่วยยกระดับบริการสุขภาพและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่มาตรฐานพรีเมียมได้อย่างยั่งยืน” รองคณบดีวิทยาลัยเฮลท์ แอนด์ เวลเนส และผู้อำนวยการ ดี ซักเซส คลินิกแพทย์แผนไทย กล่าว
กิจกรรมภายในบูท Wellness ประกอบด้วย การชิมชาสมุนไพรชะลอวัย 8 ชนิด การนวดเสริมความจำ (Smart Brain Massage) 8 นาที (นั่งบนเก้าอี้) การดูแลรักษาออฟฟิศซินโดรม (ปวดเรื้อรังของ บ่า คอ ไหล่ หลัง เอว) อาการเอ็นข้อศอกด้านใน, เอ็นข้อศอกด้านนอก, นิ้วล็อก ด้วยหลักการนวดไทยขั้นสูงตามแนวเส้นประธานสิบ การตรวจสุขภาพแบบองค์รวมด้วยการแพทย์แผนไทยพรีเมียม แนะนำให้คำปรึกษาการรักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ด้วยตำรับยาสมุนไพรชนิดสารสกัดเข้มข้น การให้คำแนะนำด้านการดูแลสุขภาพด้วยสมุนไพรและตำรับยาแผนไทยที่พัฒนาแล้ว รวมถึงนิทรรศการนวัตกรรมสมุนไพรสร้างเศรษฐกิจ ตลอดจนข้อมูลอาหารไทยเพื่อสุขภาพ อาหารตามธาตุกำเนิด และอาหารเฉพาะโรค โดยมีทีมแพทย์แผนไทยจำนวน 30 คนให้บริการอย่างครบวงจร
การเข้าร่วมและจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเวลเนสที่เน้นการดูแลสุขภาพเชิงรุกเข้ากับการพัฒนาเชิงนโยบายและการบริหารอุดมศึกษาอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสุขภาวะของผู้นำองค์กร เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนระบบการศึกษาไทยสู่ความยั่งยืน และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในอนาคตอย่างมั่นคง







