"ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ" นำทีม ครม.เงา พรรคประชาชน ประณามความรุนแรงป่วนใต้ 51 จุด พร้อมเปิดข้อเสนอ 5 ข้อ จี้รัฐบาลทบทวนระบบความมั่นคงและข่าวกรองทั้งระบบ ชี้ใช้งบ 7 แสนล้านตลอด 20 ปีแต่ยังระงับเหตุไม่ได้ ยันความมั่นคงต้องเดินคู่กระบวนการสันติภาพ และการให้ความจริงแก่ประชาชนคือหัวใจหลัก
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา คณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาชน จัดการประชุมครั้งที่ 11/2569 โดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงถึงแนวทางการรับมือและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สืบเนื่องจากเหตุระเบิดและวางเพลิงรวมกว่า 51 จุด ในคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา รวมถึงเหตุการณ์ต่อเนื่องหลังจากนั้น ว่า พรรคประชาชนขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันถึง 51 จุดในวันเดียว และการใช้งบประมาณแก้ไขปัญหาตลอด 20 ปีที่ผ่านมามากกว่า 700,000 ล้านบาท เป็นสิ่งสะท้อนว่ารัฐบาลต้องกลับมาทบทวนระบบข่าวกรองและความมั่นคงทั้งระบบ
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนขอเสนอ 5 ข้อเสนอสำคัญ ต่อรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคง 1.ปรับระบบข่าวกรองจากการรับรู้เหตุเป็นการป้องกันเหตุ ทบทวนกระบวนการรวบรวม วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นำไปใช้ป้องกันเหตุได้อย่างทันท่วงที 2.สร้างความไว้วางใจจากประชาชนในพื้นที่ รัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนที่ให้ข้อมูลเบาะแสจะได้รับความคุ้มครองและปลอดภัย โดยทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา และภาคประชาสังคมอย่างเป็นระบบ 3.บูรณาการข้อมูลความมั่นคงระหว่างหน่วยงาน ขจัดปัญหาการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ระหว่างฝ่ายทหาร ตำรวจ ปกครอง และฝ่ายข่าวกรอง ให้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว 4.เชื่อมโยงการข่าวชายแดนกับความร่วมมือระหว่างประเทศ ยกระดับความร่วมมือด้านการข่าวกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลบุคคล เส้นทาง และเครือข่ายก่อเหตุข้ามพรมแดน และ5.เดินหน้าพูดคุยสันติภาพควบคู่การรักษาความปลอดภัย การพูดคุยต้องมีความต่อเนื่องและตรงไปตรงมาเกี่ยวกับต้นเหตุทางการเมือง โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วม และต้องไม่นำไปสู่เพียงคำตอบเดียวอย่างการเพิ่มกำลังทหารหรือเพิ่มด่านตรวจ
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ สส. และเพจพรรคประชาชน ว่าพยายามสะท้อนภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่จนอาจถูกมองเป็นการเบี่ยงประเด็น หรือกระทบต่อคะแนนเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวชี้แจงว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ในฐานะตัวแทนประชาชน การตั้งข้อสังเกตต่อการใช้อำนาจรัฐเป็นหน้าที่ตามปกติเพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่น ไม่ควรมองเป็นประเด็นโจมตีทางการเมือง ส่วนกรณีข่าวสารที่ไม่ตรงกัน เช่น เหตุการณ์ในพื้นที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส รัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงมีหน้าที่ต้องเร่งชี้แจงความจริงแก่ประชาชนเพื่อลดความคลางแคลงใจ








