"พริษฐ์ วัชรสินธุ" โฆษก ครม.เงา พรรคประชาชน เปิดหลักฐานสายโทรศัพท์ 62 ครั้ง จี้ กกต. ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา สั่งฟ้องคดีทุจริตเลือก สว. ไปยังศาลฎีกา พร้อมส่ง 5 คำถามตรงถึง "ชรัตน์" สส.ภูมิใจไทย แจงความสัมพันธ์ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ยันหากถูกตัดตอน พร้อมเดินหน้าฟ้อง ม.157 และยื่นแก้กฎหมายทันที
วันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา (ครม.เงา) พรรคประชาชน ครั้งที่ 11/2569 โดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก ครม.เงา ได้แถลงข่าวเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เร่งสร้างความชัดเจนเรื่องวันลงมติกรณีคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายพริษฐ์ เน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เรื่องวันลงมติ แต่คือทิศทางของมติ กกต. โดยตาม พ.ร.ป.การเลือก สว. มาตรา 62 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น กกต. มีหน้าที่ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา ไม่ใช่มาทำหน้าที่เป็น "เทรนเนอร์" วินิจฉัยจนสิ้นข้อสงสัยเสียเอง พร้อมเตือน กกต. อย่าใช้วิธีตัดตอนเพื่อช่วยเหลือเครือข่ายนักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง เพราะกฎหมายครอบคลุมถึง "ผู้ใดก็ตาม" ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ไม่ได้บังคับใช้แค่ผู้สมัคร สว. เท่านั้น
นายพริษฐ์ ได้เปิดเผยข้อมูลประวัติการโทรศัพท์ระหว่าง นางรัตนา บ่อถ้ำ (1 ใน 229 คนที่ถูกคณะไต่สวนชุดที่ 16 ชี้มูลความผิด) กับ สว. จำนวนอย่างน้อย 19 คน รวมกัน 62 ครั้ง ภายในระยะเวลา 80 วัน (ระหว่างวันที่ 21 มิถุนายน – 9 กันยายน 2567) ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงการเลือก สว. ระดับประเทศและการปฐมนิเทศ สว. จากการตรวจสอบพบว่า นางรัตนา เคยได้รับการแต่งตั้งจาก นายชรัตน์ รัชกิจประการ สส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ให้ดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส. ในช่วงปี 2566–2568
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนจึงขอฝาก 5 คำถามไปยัง นายชรัตน์ รัชกิจประการ เพื่อให้ออกมาชี้แจงต่อสังคม ได้แก่ นางรัตนา มาช่วยงาน สส.ชรัตน์ หรือพรรคภูมิใจไทยในเรื่องใดบ้าง เหตุใดผู้เชี่ยวชาญประจำตัวจึงมีการโทรศัพท์คุยกับ สว. จำนวนมากในช่วงคาบเกี่ยวการเลือก สว. จริงหรือไม่ ที่นางรัตนาเป็นผู้ประสานงานหลักให้ สว. มาประชุมร่วมกันที่โรงแรมพูลแมน จริงหรือไม่ ที่นายชรัตน์เคยเดินทางไปร่วมประชุมกับ สว. ที่โรงแรมพูลแมน หากจริง การไปประชุมดังกล่าว ไปในนามส่วนตัว หรือในฐานะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และมีผู้บริหารหรือ สส. พรรคภูมิใจไทยคนอื่นร่วมด้วยหรือไม่
เมื่อถามว่าสำหรับกรณีที่ สส. พรรคภูมิใจไทย ออกมาแย้งเรื่องที่มาของข้อมูลการโทรนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า ได้นำข้อมูลมากลั่นกรองในระดับหนึ่งแล้ว และมองว่าหลักฐานประวัติการโทรเป็นเพียงจิ๊กซอว์ชิ้นหนึ่ง เมื่อนำมาประกอบกับพยานบุคคล เส้นทางการเงิน คลิปเสียง และโพยลงคะแนน จะเห็นภาพความเกี่ยวโยงที่ชัดเจนพอให้ กกต. สั่งฟ้องได้
ทั้งนี้ หาก กกต. มีมติยกคำร้องจริง ฝ่ายค้านได้เตรียมแผนรองรับไว้ 3 แนวทาง คือ 1.ดำเนินคดี กกต.: ฟ้องร้อง กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ (มาตรา 157) 2.หาช่องทางส่งศาล แสวงหากลไกทางกฎหมายเพื่อส่งหลักฐานตรงไปยังศาลฎีกา 3. แก้ไขกฎหมาย ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.ป.การเลือก สว. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เสียหาย (ผู้สมัคร สว. หรือ สว.สำรอง) สามารถยื่นฟ้องตรงต่อศาลฎีกาได้เอง








