วันที่ 24 ส.ค.69 นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เทพไท - คุยการเมือง ระบุว่า เผา51จุด รัฐบาลเฮงกะบ๊วย
สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรง หรือการก่อความสงบของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เกิดขึ้นในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการจุดไฟเผาสถานที่ราชการ ร้านสะดวกซื้อ และเผาทำลายทรัพย์สินของประชาชน เป็นการก่อความสงบของบุคคลกลุ่มหนึ่ง ที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ซึ่งจะต้องใช้กฎหมายเข้าไปดำเนินการ จัดการกับกลุ่มคนเหล่านี้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจำนวน 51 จุดในคืนเดียวกัน ของพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากจะตั้งข้อสังเกตดังต่อไปนี้ คือ
1.เป็นพฤติกรรมที่เหิมเกริมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ต้องการที่จะท้าทายอำนาจรัฐ และต้องการที่จะดิสเครดิต ทำลายความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองว่า ไม่สามารถใช้กฎหมายดำเนินการ หรือจัดการกับผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ได้ เพื่อต้องการแสดงศักยภาพให้ประชาชนเห็นว่า รัฐล้มเหลวไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
2.จากการมีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นพร้อมกัน ในเวลาใกล้เคียงกันถึง 51 จุด ในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเฝ้าระวังเป็นพิเศษ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 51จุด ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปป้องกันปราบปราม หรือดำเนินการตอบโต้ จับกุมผู้ก่อเหตุร้าย หรือผู้กระทำความผิดได้เลย แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของอำนาจรัฐ เป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเห็นได้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ก็ถือว่าเป็นการท้าทายอำนาจรัฐโดยตรง และอำนาจรัฐอ่อนแอไม่สามารถแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ในกรณีการก่อเหตุร้ายพร้อมกันถึง 51 จุด
3.เมื่อเหตุการณ์ความสงบ การก่อการร้าย โดยการจุดไฟเผาสถานที่ต่างๆจำนวน 51 จุด ซึ่งไม่ใช่ดำเนินการเพียงแค่หนึ่งจุดหรือสองจุด ฝ่ายข่าวของรัฐล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ไม่สามารถหาข่าวหรือหาเบาะแสของการก่อการร้ายได้เลย ทั้งที่การดำเนินการในพื้นที่ หรือจำนวนจุดมากเช่นนี้ จะต้องมีข่าวเล็ดลอด หรือจะต้องมีการเตรียมการซักซ้อม การประสานงานกันอย่างกว้างขวาง แต่ฝ่ายข่าวของรัฐไม่สามารถสืบเสาะหาข่าวได้เลย นับว่าเป็นการผิดพลาดทางการข่าวครั้งใหญ่ ถ้าหากเป็นการดำเนินการเพียงจุดเล็กๆบางจุด ก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะมีการปิดลับ ไม่สามารถที่จะสืบเสาะหาข่าว หรือเจาะเข้าไปถึงแหล่งข่าวได้ แต่การก่อการร้าย หรือจุดไฟเผาจำนวนถึง 51 จุดพร้อมกัน ในพื้นที่3จังหวัด ต้องมีการซักซ้อม ต้องมีการประสานงานกันพอสมควร จึงตั้งข้อสังเกต หรือข้อสงสัยว่า ฝ่ายข่าวมีความผิดพลาดอย่างไรหรือไม่
4.ผู้รับผิดชอบด้านนโยบาย คือรัฐบาล สามารถเรียกได้หรือไม่ว่า เป็นการบริหารงานแบบเฮงกะบ๊วย คือไม่สามารถวางนโยบาย หรือกำหนดนโยบายให้ฝ่ายปฏิบัติแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ โครงสร้างอำนาจของรัฐบาล ไม่มีรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ที่ดูแลรับผิดชอบเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยตรง กลับไปมอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งไม่ใช่ผู้ที่มีประสบการณ์โดยตรงเกี่ยวกับพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนการมอบหมายให้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ ก็ไม่ใช่เป็นผู้ที่มีอำนาจเต็มตามกฎหมายในการแก้ปัญหาความสงบในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ต้องยอมรับว่า เป็นความผิดพลาด หรือเป็นความละเลยต่อการแก้ปัญหา3จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาลชุดนี้
อยากให้นายกรัฐมนตรี เข้าไปแก้ไขปัญหาในพื้นที่3จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่นับวันมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และ เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ อาจจะเตรียมพร้อม หรือเป็นการซักซ้อมที่จะก่อความรุนแรงครั้งใหญ่อีกหรือไม่ หรืออาจจะเกี่ยวข้องกับการปั่นกระแสข่าวลวง เรื่องกรณีเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพกราดยิงประชาชน ซึ่งรัฐบาลต้องกำชับให้มีการชี้แจง และทำความประชาสัมพันธ์ในเชิงรุกกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ซึ่งอาจกลายเป็นปัญหาที่ลุกลามในอนาคต ยากที่จะแก้ไขได้อีกเรื่องหนึ่ง








