เมื่อเวลา 12.35 น. วันที่ 21 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตรียมทีมกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เดินหน้าเพิกถอนผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า ใช้คำว่าบริหารบัญชีดีกว่า เราใช้บัญชีที่ถูกต้อง ที่มีการตรวจตั้งแต่วันแรกแล้ว ซึ่งทาง สถ.ขยายผลจากมติคณะกรรมการกลางบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งมีใบผลคะแนนที่ถูก และที่เคยอ้างว่าถูกแต่จริงๆ แล้วผิด แนบไปให้คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จังหวัด) ประทับเป็นเอกสารลับ หากจังหวัดใดยังไม่ได้ประชุม ก.จังหวัด อาจจะรู้แค่ชื่อ แต่ยังไม่เห็นใบคะแนนอย่างแน่นอน การที่ไม่เห็นใบคะแนนไม่แปลก เพราะตนไม่ได้โพสต์ลงช่องทางโซเชียล โพสต์ไม่ได้เพราะเป็นข้อมูลส่วนตัว แต่เมื่อประชุมแล้วก็จะเหมือน นายก อบจ.ลำพูนวันก่อนที่พอเห็นใบคะแนนแล้วร้องอ๋อ บอกครบนี่ จบเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการตั้งทีมมอนิเตอร์เรื่องของการฟ้องร้องหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า อันนี้ด้วยความเป็นห่วง นายก อบจ. นายก อบต. นายกเทศมนตรีทุกเทศบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย จึงบอกว่าเป็นห่วง เผื่อกรณีที่เขาถูกฟ้องจากผู้ที่เราไปเพิกถอนการบรรจุ เราจะช่วยอะไรเขาได้ จึงมีการตั้งทีมนิติกรซึ่งมีทุกจังหวัดอยู่ในสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด ตนให้มอนิเตอร์ทุก อบจ. อบต. เทศบาลเลย หาก อบจ. อบต. หรือเทศบาลไหนถูกฟ้อง ซึ่งเขามีนักกฎหมายและนิติกรอยู่ แต่เราไม่ปล่อย เราจะส่งนิติกรจากท้องถิ่นจังหวัดไปช่วยเลย ทั้งหลักฐาน ผลคะแนนสอบ ซึ่งทาง สถ.จะประสานข้อมูลในเรื่องคดีกับสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการคดีปกครอง ตำรวจ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะประสานงานกันอยู่
เมื่อถามว่า รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 2568 ชุดที่มี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นประธานหรือยังว่า มีการเชื่อมโยงไปถึงอธิบดี สถ.คนเก่า นายนิรัตน์ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารรายละเอียดทั้งหมด
เมื่อถามอีกว่า มี 1 ข้อเสนอให้ยุบคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) นายนิรัตน์ กล่าวว่า กสถ.ไม่ใช่องค์กร เป็นโครงสร้างหนึ่งที่มีภารกิจในการจัดสอบ เดี๋ยวต้องมีการปรับเปลี่ยนเรื่องตัวบุคคล แต่หากฝ่ายนโยบายจะให้เขียนข้อกฎหมายเกี่ยวกับ กสถ.ใหม่ จะรับไปปฏิบัติ
เมื่อถามว่า ในรายงานพบว่า มีการพบเส้นเงินมากกว่า 9 พันล้านบาท นายนิรัตน์ กล่าวว่า ในทางคดีอาญา เรื่องเส้นเงิน ต้องบอกว่า ตนไม่ได้ทำ ตรงนี้เป็นเรื่องของตำรวจ ป.ป.ช. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ดำเนินคดีทางอาญา จะรู้ดีกว่าตน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายนิรัตน์ระบุว่า จะมีการรื้อโครงสร้าง กสถ. ระหว่างนี้มีการรื้อไปบ้างแล้วหรือยัง นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยัง ขอดูในเรื่องของการบริหารบัญชีผู้เข้าสอบที่ถูกต้องก่อน
เมื่อถามว่า การถอดถอนหลังจากนี้มีความกังวลว่า ผู้ที่ถูกเพิกถอนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ต้องตรงไปตรงมาตามผลคะแนน เรามีหลักฐานยืนยัน ไม่ได้แกล้งใคร ตนไม่ดูชื่อใครเลยตามนโยบายนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรม จำเป็นต้องทำอย่างนั้นจริงๆ ถึงใครก็คนนั้น คะแนนไม่ถึงก็ถอนออก คดีจะผิดหรือไม่ผิดให้ไปฟัง ป.ป.ช.และตำรวจ เมื่อถามย้ำว่า หลังจากนายปกรณ์ส่งรายงานไปยังนายกฯ ทางนายกยังไม่ได้สั่งการให้ดำเนินการอะไรเพิ่มเติมใช่หรือไม่ นายนิรัตน์ กล่าวว่า ยัง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายนิรัตน์ให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายก อบต.คลองสาม จ.ปทุมธานี ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ซึ่งมาร่วมประชุมคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ที่มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นประธาน ได้ถือโอกาสเข้ามาพูดคุยกับนายนิรัตน์ พร้อมระบุว่า มั่นใจว่า สถ.ได้ส่งหลักฐานมายังสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และทางท้องถิ่นทั่วประเทศจะเพิกถอนข้าราชการ และมั่นใจว่า ทุกคนจะไม่โดนฟ้องอย่างแน่นอน พร้อมกับบอกนายนิรัตน์ว่า “มันจบแล้วครับนาย” จากนั้นนายนิรัตน์ได้โอบไหล่นายวิระศักดิ์ และยังจับมือกันด้วย








