กมธ.กระจายอำนาจฯ จับมือ มท.4 และ 3 สมาคมท้องถิ่น เร่งหาทางออกเยียวยาข้าราชการส่วนท้องถิ่นกลุ่มไม่พบทุจริต ชงคณะกรรมการกลางออกมติพิเศษ ปลดล็อกระเบียบ 2 ปี คืนสิทธิ์เลือกพื้นที่ทำงานตามลำดับคะแนนจริง หลังสั่งฟันผู้ทุจริตกว่า 5.9 พันราย
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 เวลา 11.45 น.ที่รัฐสภา นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมเกี่ยวกับการเสียสิทธิ์บางประการของผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ในกลุ่มผู้ที่ไม่อยู่ในข่ายการทุจริตสอบแข่งขัน พ.ศ. 2568 ที่มีนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) พร้อมด้วย นายศิริพันธ์ ศรีกงพลี รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และผู้แทนจาก 3 สมาคมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย, สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เข้าร่วมชี้แจง
โดยนายคงกฤษ กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับผู้ได้รับการบรรจุที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต รวมถึงผู้ที่กำลังจะได้รับการบรรจุในตำแหน่งที่ว่างอีกกว่า 3,000 ตำแหน่ง หลังจากตัดสิทธิ์ผู้ทุจริตออกไป ว่าจะได้รับสิทธิ์ในการเลือกจังหวัดบรรจุตามที่ต้องการหรือไม่
ด้าน รศ.ดร.วีระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้บริหารท้องถิ่นต้องปฏิบัติตามคำสั่งปกครองของมติคณะกรรมการกลาง ในการเพิกถอนสิทธิ์ผู้กระทำทุจริตจำนวน 5,925 รายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 สิงหาคม หากไม่ปฏิบัติตามอาจเข้าข่ายมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับกลุ่มเจ้าหน้าที่ผู้บริสุทธิ์ที่ได้รับการบรรจุไปแล้ว แต่ต้องเสียสิทธิ์ในการเลือกพื้นที่ทำงาน เนื่องจากติดล็อกระเบียบปฏิบัติที่กำหนดให้ต้องทำงาน ณ พื้นที่บรรจุเดิมให้ครบ 2 ปี จึงจะสามารถยื่นเรื่องขอย้ายได้ ทั้งนี้ ทางผู้บริหารกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้รับทราบปัญหาดังกล่าวแล้ว และรับปากจะนำไปพิจารณาแก้ไข โดยคณะกรรมาธิการฯ กำหนดกรอบเวลา 15 วัน เพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง
ขณะที่ นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองประธานและโฆษกคณะกรรมาธิการฯ ให้ความเห็นว่า หากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นยังคงยึดหลักการให้ผู้ที่บรรจุแล้วปฏิบัติงานอยู่ที่เดิม อาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย เนื่องจากสิทธิ์ที่ควรได้รับถูกลดทอนลง คณะกรรมาธิการฯ จึงเสนอแนะให้คณะกรรมการกลางออกมติเป็นกรณีพิเศษเพื่อเป็นการเยียวยา เนื่องจากเมื่อมีการประกาศคำนวณคะแนนใหม่โดยตัดกลุ่มผู้ทุจริตออก ลำดับคะแนนของผู้บริสุทธิ์จะเลื่อนขึ้นมาอยู่ในลำดับต้น ซึ่งควรได้รับสิทธิ์ในการเลือกสถานที่ทำงานตามลำดับคะแนนที่แท้จริง








