เมื่อวันที่ 19 ส.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุถึงเกมการเมืองเริ่มขยับชิงไหวชิงพริบกันนัวเนีย ว่า พรรคเพื่อไทย (แดง) คิดดึงพรรคกล้าธรรม (เขียว) มารวมเป็นพรรคเดียวกัน ซึ่งจะกลายเป็นพรรค 132 เสียงขยับขึ้นมาเป็นพรรคอันดับสองทันที ดังนั้น หากการเมืองพลิกเปลี่ยน โอกาสเพื่อไทยจะได้ตั้งรัฐบาล แต่สิ่งสำคัญต้องได้เสียงสนับสนุนจากพรรคประชาชนด้วย
"ผมเชื่อว่า ทักษิณ (ทักษิณ ชินวัตร) ไม่ต้องการเห็นภาพพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสาม แต่จังหวะการเมืองนั้นต้องรู้ว่า ทำอะไรที่มันมีความเป็นไปได้ และความเป็นไปได้ที่เห็นขณะนี้มีทางเลือกควบรวมพรรคระหว่างแดงกับเขียว เริ่มมีกระแสแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และจะทำให้มีคะแนนมากกว่าพรรคประชาชน แล้วขึ้นเป็นพรรคลำดับที่สอง ดังนั้น เกมนี้คิดดังๆ ได้ว่าจะทำให้ อ.เชน (ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) ได้เป็นนายกฯ แต่พรรคประชาชนต้องร่วมมือด้วย”
อีกทั้งกล่าวว่า เกมควบรวมพรรคแดงกับเขียวนั้น ไม่ง่ายเลย และถ้าขณะเจรจาแต่งตัวกัน พรรคภูมิใจไทยคงชิงยุบสภากันก่อน ดังนั้น ในทฤษฎีทางการเมืองจะมีการขยับเกมกันตลอด เพราะเหมือนไว้ใจแต่ไม่เชื่อใจกัน สิ่งสำคัญ เมื่อสภาเปิดสมัยประชุม ถ้าพรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเฉพาะพรรคภูมิใจไทยและไม่อภิปรายฯ พรรเพื่อไทย อีกอย่างยังย้อนคำพูดพรรคภูมิใจไทย ยิ่งเสี้ยมให้พรรครัฐบาลหวาดระแวงกัน
อย่างไรก็ตาม ในทางการเมืองนั้น ตนว่า ตอนแรกการรวมพรรคแดงกับเขียวอาจเป็นข่าวลือ แต่ตอนหลังต้องคิดถึงความพยายาม การเมืองไม่เคยมีใครคิดอยู่ในมุมกันนาน มันต้องคิดออกจากมุม ซึ่งออกมาแล้วจะเจ็บกว่าเดิมหรือประสบความสำเร็จ ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ เพราะจังหวะย่างก้าวการเมืองนั้นอะไรก็เกิดขึ้นสารพัดวิธี ตั้งแต่เคยมีตระบัดสัตย์ข้ามขั้ว ฉีก MOU มาถึง MOA
"กระทั่งในสถานการณ์นี้ คือ พรรคที่เคยผลักออกมาแล้วกลายเป็นพรรคร่วม แม้เพิ่งกราบกันมาก็ตาม แต่การเมืองมันถือสาอะไรกันไม่ได้ ซึ่งเขาต้องคิดจะอยู่เป็นเบี้ยล่างมือสองแบบนี้เหรอ ทั้งที่เป็นเบอร์หนึ่งมาตลอด ทฤษฎีควบรวมนั้น ใครออกมาปฏิเสธก็ได้ แต่มันเริ่มอื้ออึงขึ้นตามลำดับ”
นายจตุพร กล่าวว่า การเมืองคือ การออกแบบ ไม่เช่นนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คงไม่ได้เป็นนายกฯ ครั้งแรก อีกอย่างตำแหน่งนายกฯ นั้น พรรคเพื่อไทยเคยเป็นนายกฯ มาแล้วทั้งเสียงของพรรคเป็นอันดับหนึ่ง และเป็นพรรคอันดับสอง
ดังนั้น ขณะนี้พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคอันดับสาม คิดจะให้ได้เป็นนายกฯ โดยรวมกล้าธรรมมาเข้าพรรคเพื่อไทยกลายเป็นพรรคอันดับสองจำนวนเสียงรวม 132 เพื่อก้าวข้ามไปสู่นายกฯ แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากพรรคประชาชนด้วย สิ่งสำคัญพรรคภูมิใจไทย พรรคอันดับหนึ่งจะชิงลงมือยุบสภาก่อนหรือไม่
“ทุกทฤษฎีการเมืองมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น แต่เกมนี้ไม่ใช่ข่าวลือระบุว่าเป็นเกมดีลที่โมนาโกกัน แต่เป็นการคิดและหารือกันในไทย ดังนั้น เรื่องที่ไม่คาดคิดกำลังเริ่มเดินกันอย่างมีนัยยะสำคัญ ส่วนจะสำเร็จหรือไม่ต้องรอดูอีกฝ่ายหนึ่งจะยอมหรือไม่ เพราะพรรคภูมิใจไทยก็คิดจะแก้เกมกัน” นายจตุพร ย้ำ
ส่วนการโกงสอบท้องถิ่นนั้น เห็นว่า ขบวนการเกี่ยวข้องกับความสกปรกโสมมจะลากใครเข้าคุกกันได้บ้าง ดูเหมือนกรณีนี้จะให้จบใน 31 ส.ค.นี้ ซึ่งอาจเป็นการจบแบบไม่จบ คือ รายชื่อทุจริตแก้ไขกันหมดแล้ว ส่วนปัญหาทางคดียิ่งมีรายชื่อชุดตรวจสอบของรองนายกฯ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ ระบุเบื้องต้นมีคนเกี่ยวข้องกว่าร้อยคน ซึ่งรายชื่อเหล่านี้อยู่ในขบวนการไหน อย่างไร
อย่างไรก็ตาม นายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน ฝ่ายค้านเปิดเผยชื่อนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษา นายกฯ อนุทิน ไปพบผู้อำนวยการคนหนึ่งที่คอนโดมิเนียมเพื่อส่งโพลรายชื่อนับพันคนให้แก้ไขและนัด อ.มหาวิทยาลัยคุยในเซฟเฮาส์ คงต้องรอให้นายทองเจือแถลงเอง แต่การตรวจสอบโกงสอบท้องถิ่นนั้น ขอให้ฝ่ายค้านเอาจริง อย่ามาขยันตอนใกล้จบเหมือนหนังไทยเลย
อีกทั้งกล่าวว่า เงินทุจริตที่เริ่มต้น 4.5 พันล้านนั้น ความจริงอาจสูงกว่าอีก และทำกันมาหลายครั้ง ดังนั้น จึงเป็นการโกงด้วยความเคยชินกันมาต่อเนื่องหลายปี แล้วยังออกแบบหน่วยงาน "ก.กลาง" มาคุ้มครองการกระทำ ซึ่งวันนี้ควรต้องรื้อทิ้งให้หมด
"มีสัญญาณว่ามีคนเกี่ยวข้องการทุจริตเป็นหมื่นคน ถ้าจริงจะรอดได้อย่างไร จะต้องปิดปากคนกี่คน เราอาจรู้สึกและมีคนพูดโยงถึงผู้บงการระดับสูงหรือ “ลาสบอส”ต้องลากตามพยานหลักฐานไป คงไม่มีใครคุ้มครองกันได้”








