เมื่อวันที่ 17 ส.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ประเมินการเมืองในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยเชื่อว่า สถานการณ์ครึ่งหลังเดือนสิงหาคม กรณีฮั้ว สว. ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคประชาชนไม่สามารถใช้เป็นข้อมูลที่เด็ดล้มรัฐบาลได้ เพราะยังขาดการเชื่อมโยงรัฐมนตรี สส. หรือรัฐบาล เข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชน โดยไอติม-นายพริษฐ์ วัชรสินธุ เร่งรีบทยอยเปิดข้อมูลของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ผสมกับชุด 36 โดยมุ่งหวังกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่ทำได้เพียงสร้างความตื่นเต้น หวาดเสียวให้สังคมเท่านั้น ส่วน กกต.จะยื่นข้อมูลต่อศาลฎีกาวินิจฉัยต้องรอช่วงใกล้สิ้นเดือนสิงหาคมคงได้รู้คำตอบชัดเจน
อีกทั้งกล่าวถึงข้อมูลเสียงอ้างข้อความ "เบื้องบน" ซึ่งนายวิทยา คำพวง นายกเทศมนตรี ต.โพนสา จ.หนองคาย คนพูดได้ชี้แจงโดยระบุหมายถึง กกต. อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่า หากถูกตีความเข้าข่าย ม.112 ต้องมีคนไปร้องกล่าวโทษ แต่ยังไม่มีใครแจ้งความเอาผิดคนพูด และถ้าถูกฟ้องร้องเป็นคดีหมิ่นต้องขึ้นอยู่กับศาลวินิจฉัยว่า ความหมายเบื้องบนของคนพูดจะรับฟังได้หรือไม่
นอกจากนี้ วันที่ 25 สิงหาคม สภาจะเปิดสมัยประชุมสามัญ ถัดไปอีกไม่กี่วัน คาดว่า 31 สิงหาคม กกต.จะชี้แจงการตัดสินใจจะส่งกรณีฮั้ว สว.ให้ศาลฎีกาหรือไม่ โดยการชี้แจงนั้น คงอธิบายเหตุผลของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 กับ 36 ให้สังคมรับรู้ และจะมีปฏิกิริยาเช่นไรต้องติดตามหลังจากนั้น
กรณีฮั้ว สว. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ได้แสดงจุดยื่นว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลชุดนี้ เพราะเริ่มเป็นรัฐบาลเมื่อต้นปี 2569 แต่ สว.เกิดขึ้นในปี 2567 ดังนั้น เป็นกรณีละห้วงเวลา ไม่เกี่ยวข้องกัน ดังนั้น จึงอยู่ที่มุมการอธิบายความกัน
อย่างไรก็ตาม หากฮั้ว สว.จะเป็นกรณีหลักของพรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในการประชุมสภาสามัญสมัยหน้า ซึ่งจะเปิดตั้งแต่ 25 สิงหาคมนี้ แต่ตนคาดว่า ผลออกมาแต่ละฝ่ายคงเละเทะ ถูกตอบโต้ย้อนกลับชนิดเลือดโชกจนเลอะกันทั้งสองฝ่าย
"คนฟัง (ข้อมูลของฝ่ายค้าน) ย่อมตื่นเต้นถึงขบวนการต่างๆ ส่วนทางปฏิบัติไม่ถึงตัวตรง (ของรัฐบาล) ถ้าข้อความนั้น (เบื้องบน) คนพูดเป็นรัฐมนตรี หรือเป็น สส.คงเป็นเรื่อง แต่นี่เป็นนายกเทศมนตรีตำบลเรื่องก็จบตรงนี้ หรือเส้นทางการเงินก็เป็นภาวะแวดล้อมหมด ยังไม่มีตัวตรงเป๊ะ (รัฐมนตรี สส. หรือรัฐบาล)"
นายจตุพร กล่าวว่า การเปิดข้อมูลของฝ่ายค้านอยู่ที่การเชื่อมโยงถึงรัฐบาลและทำให้ประชาชนรู้สึกได้ หรือผลลัพธ์กับการเลือกตั้งอย่างไร แต่ขณะนี้เป็นเพียงสร้างความตื่นเต้น วูบวาบ หวาดเสียว ส่วนจะล้มรัฐบาลด้วยกรณีฮั้ว สว.ยังมองไม่เห็น เมื่อมีหลักฐานชัดเจนและหลีกเลี่ยงเป็นอื่นไม่ได้ แต่อาจคงชี้ความผิดกับบางคน
อย่างไรก็ตาม ถ้าจะล้มรัฐบาลนี้ได้คงมีแต่คดีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ซึ่งอยู่ในชั้นศาล รธน.วินิจฉัย ถ้าตัดสินว่า การใช้สิทธิ์ไม่เป็นความลับแล้ว การเลือกตั้งปี 69 จะเป็นโมฆะและ สส. 500 คนทั้งสภาต้องไปหมดทันที
"สิ่งที่ต้องคำนึงคือ ถ้าศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัยคาบเกี่ยวกลางเดือน (16 ก.ย.) การยื่นอภิปรายฯ ก็ไม่แน่ใจจะได้อภิปรายฯ ถ้าศาล รธน.วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งไม่เป็นความลับ แต่ถ้าเป็นความลับก็เดินกันต่อ”
นายจตุพร ย้ำว่า จุดชี้ขาดจึงอยู่ที่ศาล รธน. และคำตอบน่าจะอยู่ภายในเดือนกันยายน ส่วนสถานการณ์ในสภา ฝ่ายค้านเล่นงานล้มรัฐบาลไม่ได้ ขณะที่ภายนอกสภาก็ใช้เอไอ (AI) สร้างพลังชุมนุมของประชาชนไล่รัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องไม่มีอยู่จริง
ส่วนการโกงสอบท้องถิ่นและเพิกถอนสิทธิ์รับราชการ 5,925 คน แต่องค์กรท้องถิ่น โดยเฉพาะ นายก อบจ.ลำพูน จะไม่ลงชื่อสั่งเพิกถอนข้าราชการหากไม่มีชี้แจงเหตุผลมาประกอบการพิจารณาด้วย เป็นเพียงความเห็นที่ย้อนแย้งการความมุ่งมั่นจัดการทุจริต
ส่วนข่าวลือถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจและจะเกิดการยุบสภาหรือลาออกในวันที่ 25 สิงหาคม ซึ่งเปิดสภาวันแรกนั้น นายจตุพร กล่าวว่า เป็นการคาดการณ์ไม่มีเหตุผล และตกใจจนเกินเหตุ อีกอย่างเป็นไปไม่ได้
อีกทั้งย้ำว่า ขณะนี้สภาไม่มีความน่ากลัวที่ฝ่ายค้านจะล้มรัฐบาลได้เลย หากมีการอภิปรายฯ แล้วข้อมูลใหม่ๆ ฝ่ายค้านจะนำมาใช้แทบไม่มี โดยฮั้ว สว.ก็เกี่ยวข้องกับ กกต. จะเล่นงานโกงสอบท้องถิ่นก็อยู่กับ ปปช. กรณีที่ดินเขากระโดงอยู่ที่ศาลบุรีรัมย์ตัดสิน
"ข้อมูลเล่นงานรัฐบาลถูกละเลงจนจะหมดสิ้นแล้ว แทบไม่เหลือมาใช้ล้มรัฐบาลได้เลย ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจจึงไม่น่ากลัว หรือฝ่ายค้านจะเสี้ยมหวังเขี่ยพรรคแดง หรือให้รัฐบาลแตกแยกกัน แต่อย่าถือสาเลย เพราะพรรครัฐบาลไม่ฟังฝ่ายค้านหรอก"








