วันที่ 20 ส.ค.69 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พระเทพวชิรวิทยานุสิฐ (วราต์ ปุญฺญวโร) เจ้าอาวาสวัดโพธิทอง พร้อม นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิด “ศูนย์บริการข้อมูลประชาชน One Stop Service” อย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและผู้มาติดต่อราชการในการเข้าถึงบริการของ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ครบจบในจุดเดียว พร้อมชูมาตรการรักษาความลับและความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการรับเรื่องร้องเรียนและการให้ข้อมูล
โดยศูนย์บริการข้อมูลประชาชน One Stop Service ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อความสะดวกในการเดินทางและการเข้าถึงมีพื้นที่จอดรถ รองรับบริเวณด้านหน้าอาคาร พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ ณ เคาน์เตอร์ต้อนรับทันทีที่ผู้มาใช้บริการเดินทางมาถึง
ภายในอาคารได้รับการออกแบบและจัดสรรพื้นที่บริการออกเป็นสัดส่วน ได้แก่
ชั้น 1 จุดบริการรับเรื่องร้องเรียนและให้ข้อมูลข่าวสาร รองรับการยื่นเรื่องร้องเรียนและการให้ข้อมูลเบื้องต้น โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของผู้แจ้งเบาะแสเป็นสำคัญ ข้อมูลและเอกสารของผู้ร้องเรียนจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับสูงสุดตามมาตรฐานกฎหมาย
และชั้น 2 ศูนย์ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ยกระดับขั้นตอนการยื่นบัญชีทรัพย์สินให้มีความรวดเร็วและกระชับยิ่งขึ้น ด้วยระบบคิวอัตโนมัติ โดยภายหลังจากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น ณ เคาน์เตอร์บริการ หากเอกสารครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจรับบัญชีจะดำเนินการตรวจสอบในขั้นตอนต่อไปทันที ช่วยลดระยะเวลาและขั้นตอนการทำงานลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เพื่อให้ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถเดินทางมาเข้าตรวจดูรายการบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามที่กฎหมายกำหนดได้โดยสะดวก
พื้นที่บริการเฉพาะและสิ่งอำนวยความสะดวก ภายในอาคารยังประกอบด้วย ห้องรองรับผู้ให้ข้อมูลชั้นความลับ เพื่อสร้างความมั่นใจในความคุ้มครองและความปลอดภัยขั้นสูงสุด ห้องแถลงข่าว สำหรับรองรับการปฏิบัติงานของสื่อมวลชน รวมถึงโซนสวัสดิการและร้านกาแฟเพื่อรองรับประชาชนผู้มาใช้บริการ
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่าที่ผ่านมา ป.ป.ช. ยังไม่เคยมีศูนย์ไว้เพื่อรับเรื่องร้องเรียนหรือให้บริการประชาชน ครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ตั้งศูนย์นี้ขึ้น จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของ ป.ป.ช.ได้ง่ายยิ่งขึ้น ทุกอย่างจะเป็นบิ๊กเดต้าที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
แม้ว่า ป.ป.ช. จะมีอำนาจไต่สวนข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันเรื่องร้องเรียนของประชาชนอาจมาจากข้าราชการระดับเล็ก ป.ป.ช. ก็จะเป็นตัวกลางประสานข้อมูลให้แก่หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อ เป็นการผนึกกำลังหน่วยงานตรวจสอบ จะพยายามสร้างกำลังไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐทุจริต และลดการร้องเรียนการทุจริต คิดว่าในระยะยาวประเทศไทยจะสามารถลดปัญหาคอรัปชั่นได้
ส่วนประเด็นส่วยรถบรรทุก ที่ผ่านมาได้มีการร่วมมือในเชิงรุกกับกรมการขนส่งทางบก ในการชี้ช่องแจ้งเบาะแส ซึ่งการมีศูนย์บริการประชาชนก็เพื่อรับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้ เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการโดยจัดเก็บข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากตนเองจะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ โดยจะมี นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ป.ป.ช.แทนนั้น เชื่อว่าเลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ น่าจะรับนโยบายเดิมที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้วางไว้ เพียงแต่ว่าจะสานต่อและไปพัฒนา อย่างไรก็ตาม คิดว่าแนวทางต่าง ๆ น่าจะเป็นเชิงรุกมากยิ่งขึ้น แต่ว่าผลงานก็จะปรากฎเอง อย่างเช่นกรณีเจ้าหน้าที่โกงสอบท้องถิ่นของ สถ. ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องไปตรวจสอบเรื่องทรัพย์สินเพื่อขยายผล ซึ่งได้ ส่งไม้ต่อให้กับเลขาธิการ ป.ป.ช.คนใหม่ต่อไป








